533.jpg
‘ดัชนีอุตฯ’เม.ย.ดิ่ง เตือน‘หนี้รัฐ-พลังงาน’ฉุดศก.

‘ดัชนีอุตฯ’เม.ย.ดิ่ง เตือน‘หนี้รัฐ-พลังงาน’ฉุดศก.

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

‘ดัชนีอุตฯ’เม.ย.ดิ่ง เตือน‘หนี้รัฐ-พลังงาน’ฉุดศก.

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 85.3 ปรับตัวลดลงจาก 88.6 ในเดือนมีนาคม 2569 มีสาเหตุจากภาคการผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัว เพราะวันทำงานลดลงช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ขณะที่ราคาน้ำมันโลกทรงตัวในระดับสูง เดือนเมษายน 2569 ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 45.32 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 33.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 62,000 ล้านบาท ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม 20,000 ล้านบาท เพิ่มภาระทางการเงินของกองทุนฯ


นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมสูงขึ้น เป็นผลจากราคาพลังงาน ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น กระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ ขณะที่ค่าระวางเรือเส้นทางสำคัญเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า รวมถึงมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และค่าประกันภัยขนส่งจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์และส่งออกสูงขึ้น อีกทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนของภาครัฐยังล่าช้า มีอัตรา 38.31% ณ วันที่ 24 เมษายน 2569 ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 45% ส่งผลให้การหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจเป็นไปอย่างล่าช้า

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า จากผลการสำรวจผู้ประกอบการ 1,354 ราย 48 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ในเดือนเมษายน 2569 พบว่า ปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาพลังงาน 84.6% เศรษฐกิจโลก 80.6% เศรษฐกิจภายในประเทศ 74.2% นโยบายภาครัฐ 39.4% อัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในมุมมองของผู้ส่งออก 46.5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 34.1% และการเข้าถึงสินเชื่อ 32.6%

ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 92.8 ลดลงจาก 95.9 ในเดือนมีนาคม 2569 มีปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท อาจเพิ่มแรงกดดันต่อระดับหนี้สาธารณะและเสถียรภาพการคลังในระยะยาว นอกจากนี้ต้นทุนสินค้ายังมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกและวัสดุก่อสร้าง อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้า และสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อไตรมาส 2/69 รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ยังกดดันราคาพลังงานในตลาดโลก ทำให้ต้นทุนภาคอุตสาหกรรมและภาคท่องเที่ยวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึงสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนภายในประเทศให้ขยายตัวมากขึ้น

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ คือ 1.ส่งเสริมภาครัฐขับเคลื่อนกลไกการประชุม กรอ.ส่วนกลางและ กรอ.พลังงาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.เสนอให้ภาครัฐตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จสำหรับการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ 3.เสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดันการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E20 และ B10 หรือสูตรอื่นๆให้เป็นพลังงานหลักของภาคขนส่งและอุตสาหกรรม และ 4.เสนอให้ภาครัฐสนับสนุน ส.อ.ท. เป็นกลไกช่วยเชื่อมโยง SMEs สู่แหล่งทุนและมาตรการสนับสนุน ผ่านระบบ FTI SME Funding Connect เพื่อให้ SMEs เข้าถึงมาตรการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top