วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค(Consumer Confidence Index: CCI) ประจำเดือนเมษายน 2569 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อมุมมองด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และรายได้ในอนาคตของประชาชนอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปรับลดลงจากระดับ 51.8 ในเดือนมีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 50.6 ในเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 44.1 ลดลงจาก 45.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำอยู่ที่ 48.6 ลดลงจาก 49.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 59.0 ลดลงจาก 60.2
“ดัชนีทุกตัวที่ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม การจ้างงาน และรายได้ในอนาคต เนื่องจากยังมีความกังวลต่อผลกระทบจากสงคราม ความผันผวนของราคาพลังงาน และค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาด”รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันยังปรับลดลงจาก 35.9 มาอยู่ที่ 34.7 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตลดลงจาก 59.7 มาอยู่ที่ 58.3 สะท้อนว่า ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และชะลอการตัดสินใจทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อรอดูทิศทางของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงมาตรการของภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพ ราคาพลังงาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตามศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มองว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังยืดเยื้อ และราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน และบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเนื่องในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 นี้
นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC INDEX) เดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจ และหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ที่ดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 24-30 เมษายน 2569 พบว่า พบว่าปรับตัวลดลงจาก 43.3 มาอยู่ที่ 42.2 จุด โดยผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่อง หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางนโยบายภาษี (VAT 10%)
ทั้งนี้จากผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและการจ้างงาน พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองสถานการณ์ปัจจุบันแย่ลงเกือบทุกด้าน ยกเว้นการบริโภคที่ยังไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง ขณะที่มุมมองในอีก 6 เดือนข้างหน้า ยังมองว่าภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มแย่ลงมากกว่าดีขึ้น ยกเว้นด้านการจ้างงานที่เริ่มมีความหวังว่าปลายปีอาจฟื้นตัวได้ โดยผู้ประกอบการสะท้อนชัดว่าขณะนี้สภาพคล่องลดลง กำลังซื้อหาย และต้นทุนยังสูง ทำให้ทั้งภาพปัจจุบันและอนาคตยังถูกมองเป็นทิศทางขาลง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี