533.jpg
อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส ส.อ.ท.ลุ้นดันจีดีพีเอสเอ็มอีพุ่ง35-40%

อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส ส.อ.ท.ลุ้นดันจีดีพีเอสเอ็มอีพุ่ง35-40%

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.45 น.

อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส ส.อ.ท.ลุ้นดันจีดีพีเอสเอ็มอีพุ่ง35-40%

นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) ประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีน กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส มีแนวคิดที่ครอบคลุมทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อ การเพิ่มการลงทุน การเข้าถึงแหล่งทุน การพัฒนาทักษะ และการยกระดับขีดความสามารถของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี หากดำเนินการได้จริงและเชื่อมโยงกันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยอาจกระตุ้นให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี : GDP) ของเอสเอ็มอีโตขึ้น 35-40% หากมีแนวปฏิบัติแต่ละมาตรการเป็นอย่างดี


นายวีรชัย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีศักยภาพช่วยกระตุ้นได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในภาคการผลิต ซึ่งช่วงที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ขาดสภาพคล่อง ขาดแรงงานทักษะ และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า อีกทั้งมาตรการ Made in Thailand Plus (MiT Plus) จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ผลิตไทยสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งมีงบประมาณในแต่ละปีจำนวนมาก โดยที่ผ่านมาการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐต่อเอสเอ็มอีอยู่ที่ประมาณ 720,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43% ของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งหมด หากมาตรการสนับสนุน MiT Plus ประสบความสำเร็จ ตัวเลขการจัดซื้อจัดจ้างของเอสเอ็มอีอาจสูงขึ้นอย่างน้อย 45-50% รวมถึงจะช่วยสนับสนุน Local Supply Chain มีแนวโน้มจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการจากผู้ประกอบการไทยมากขึ้น

สำหรับข้อเสนอถึงรัฐบาล คือ 1.บังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนทั้งเอสเอ็มอี และสินค้า Made in Thailand ให้เข้มข้นมากขึ้น 2.สนับสนุนการลงทุน Automation และ AI อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การจัด Voucher หรือ Matching Fund สำหรับติดตั้งระบบ Automation และ AI รวมถึงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 50-70% ของค่าใช้จ่ายสำหรับเอสเอ็มอี

3.ส่งเสริมการลดต้นทุนพลังงาน อาทิ ขยายมาตรการ Solar Rooftop ภาคอุตสาหกรรม การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนด้านพลังงาน และสนับสนุนระบบบริหารจัดการพลังงานในโรงงาน 4.สร้างตลาดควบคู่กับการให้ทุน อาทิ เชื่อมโยงเอสเอ็มอีเข้าสู่ Supply Chain ของภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ เพิ่มกิจกรรม Business Matching และส่งเสริมการส่งออกต่อเนื่อง และ 5.ตั้งศูนย์วินิจฉัย SME Health Check ตรวจวิเคราะห์การเงิน การผลิต พลังงาน ดิจิทัล และตลาด พร้อมเชื่อมต่อมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม

“สำหรับเอสเอ็มอีภาคการผลิต มาตรการไทยช่วยไทย พลัส ถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะครอบคลุมทั้งเรื่องทุน การลงทุน AI การขยายตลาด และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย สิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการได้ง่าย ลดขั้นตอน และมีการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การลดต้นทุนพลังงาน และขยายตลาดควบคู่กัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและการเติบโตของเอสเอ็มอีภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม” นายวีรชัย กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top