533.jpg
ชงPilot Project ‘ศุภจี’ยกระดับส่งออกไปจีน

ชงPilot Project ‘ศุภจี’ยกระดับส่งออกไปจีน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

ชงPilot Project ‘ศุภจี’ยกระดับส่งออกไปจีน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนได้หารือทวิภาคีกับนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ในห้วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade) ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นไปในทิศทางที่แน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาเป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีไทย-จีน นอกจากนี้ไทยยังชื่นชมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับล่าสุดของจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว ที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสูง (High Quality Development) ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการยกระดับภาคการผลิต สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของไทยที่มุ่งเพิ่มมูลค่าสินค้า และเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ


นางศุภจี กล่าวว่า ตนได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอโครงการนำร่อง (Pilot Project) สำหรับความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่ายในการยกระดับสินค้าของไทยไปสู่ “สินค้าคุณภาพสูง” หรือ “สินค้าพรีเมียม” เพื่อส่งออกไปยังตลาดจีน ซึ่งจะตอบโจทย์เป้าหมายทั้ง 2 ประเทศ โดยไทยซึ่งมีวัตถุดิบด้านเกษตรที่มีคุณภาพอยู่แล้วจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนมาแปรรูปผลผลิต เพื่อขยายตลาดไปยังผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งในจีนและทั่วโลก โดยกลุ่มสินค้าที่เริ่มนำร่องอาจเป็นประเภท functional food หรืออาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุ สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาประเทศของจีนในการให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเงิน (Silver Economy) โดยความร่วมมือแบบ co-creation ดังกล่าว มีผลลัพธ์ที่คาดหวังตามมาคือการเสริมสร้างจุดแข็งของไทยให้เป็นฐานความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาทิ ผลไม้ ให้ตลาดจีน รวมถึงขยายไปยังตลาดโลก

นอกจากนี้ ได้ขอให้นักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยใช้ทรัพยากรของไทยในกระบวนการผลิตมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังตลาดโลกได้เช่นกัน ซึ่งตนมองว่าเป็น win-win solution ของ 2 ประเทศ หากสำเร็จ รูปแบบของโครงการนำร่องดังกล่าวจะกลายเป็น “โมเดลความสำเร็จ” ที่นำไปสู่การต่อยอดในสินค้าอื่นได้ในอนาคต

นางศุภจี กล่าวว่า ตนยังเสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบสินค้าของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจะทำให้สินค้าจีนที่เข้ามายังไทย ไม่กระทบต่อ SME ของไทย ขณะเดียวกันสินค้า SME ของไทยจะเข้าสู่ตลาดจีนได้เช่นกัน โดยได้ขอรับการสนับสนุนจากรองนายกฯจีน ในการช่วยส่งเสริมช่องทางการค้าขายให้ SME ไทย ผ่านการจัดทำ “Thai National Pavillion” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงตลาดจีนให้กับผู้ประกอบการไทยมากยิ่งขึ้น

“ข้อเสนอของไทยต่อฝ่ายจีนตอบโจทย์ของทั้ง 2 ฝ่าย ตนเห็นว่าจะเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือแบบ Win-Win ซึ่งรองนายกฯจีนเห็นด้วย ทั้ง 2 ฝ่ายได้มอบหมายให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อนำสิ่งที่หารือไปสู่การปฏิบัติ และรายงานผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมการค้า การลงทุนและความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ทราบ ซึ่งตนกับรองนายกฯ เหอ ลี่เฟิง จะทำหน้าที่หัวหน้าคณะ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องให้จัดประชุมดังกล่าวภายในปีนี้ หลังห่างหายจากการประชุมดังกล่าวไปกว่า 8 ปี” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า ฝ่ายจีนได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนนักลงทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์ ซึ่งไทยเสนอให้จีนเข้ามาลงทุนในไทยครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพราะจีนจะขยายมูลค่าทางการค้าและการลงทุน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นมากยิ่งขึ้น โดยจีนถือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยมาเป็นเวลา 13 ปีติดต่อกัน ภาพรวมการค้า 2 ฝ่ายในปี 2568 มีมูลค่ารวม 147,338.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.13% โดยช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่ารวม 40,840.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.43%

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top