วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เช็คที่นี่!‘แบงก์ชาติ’รื้อใหญ่‘ค่าธรรมเนียม’19รายการ สะท้อนต้นทุน ลดภาระประชาชน-เอสเอ็มอี
2 มิถุนายน 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นภาระเกินสมควร โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ซึ่งจะทำให้การเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินพื้นฐานของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท. พบการเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการที่ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น บางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังเก็บค่าบริการอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าบริการบางรายการที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บยังแตกต่างกันมาก หรือค่าบริการบางรายการยังมีหลักการคิดที่สะท้อนต้นทุนได้ไม่ชัดเจน ดังนั้น จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งปรับลดหลายรายการลงให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น
สรุปรายการค่าธรรมเนียมที่ปรับได้ดังนี้ 1.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวและมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)
2.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต
3.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
4.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้แก่ ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee) ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา และค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (cancellation fee)
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายการอื่น ค่าบริการรายการใหม่ หรือปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อทดแทนค่าบริการที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บได้ลดลงอันเนื่องมาจากหลักเกณฑ์ตามประกาศฉบับนี้ โดยไม่รวมถึงกรณีที่ผู้ให้บริการมีเหตุจำเป็น เช่น ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การสิ้นสุดระยะเวลาส่งเสริมการขาย หรือความเสี่ยงของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้บริการต้องคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บเกินกว่าที่หลักเกณฑ์กำหนดให้แก่ลูกค้านับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับ รวมถึงต้องจัดทำแผนและกรอบระยะเวลาดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
หลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 23/2569 เรื่อง การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ โดยการปรับต่าง ๆ จะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระยะเวลาในการปรับระบบงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศดังกล่าวของ ธปท. พบว่า ธปท.ได้กำหนดอัตราเพดานสูงสุดและเงื่อนไขเพิ่มเติมไว้ดังนี้
1.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (สำหรับบุคคลธรรมดา และ SMEs)
+ ค่าขอรายการเดินบัญชี (Statement): รูปแบบกระดาษ : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาท ต่อบัญชีต่อครั้ง (สำหรับการขอย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน) หากต้องจัดส่งทางไปรษณีย์สามารถคิดค่าส่งตามจริงได้
รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Statement) : ห้ามเรียกเก็บค่าบริการ (ฟรี 0 บาท) สำหรับการขอย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน
หมายเหตุ : สถาบันการเงินต้องมีบริการทั้ง 2 รูปแบบให้ลูกค้าเลือก ยกเว้นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับให้ต้องจัดทำรูปแบบกระดาษ
+ ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน (รูปแบบกระดาษ) : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาท ต่อชุดต่อครั้ง
+ ค่ารักษาบัญชีเงินฝาก (กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหว) : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อเดือน และจะเก็บได้เฉพาะบัญชีที่นิ่งเฉยติดต่อกันเกิน 1 ปี และมียอดคงเหลือไม่เกิน 2,000 บาท เท่านั้น
2.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (สำหรับบุคคลธรรมดา)
+ บัตรเอทีเอ็มพื้นฐาน (Basic ATM) : ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีรวมกันต้องไม่เกิน 150 บาทต่อปี
+ บัตรเดบิตพื้นฐาน (Basic Debit) : ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีรวมกันต้องไม่เกิน 200 บาทต่อปี (ครอบคลุมการกด โอน ถอน สอบถามยอด และชำระค่าสินค้า)
+ การเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต : เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 2.5% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน (มีผลบังคับทั้งแบงก์และ Non-Bank)
3.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม)
+ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สาย : ห้ามเรียกเก็บค่าบริการ ในทุกช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และตู้ ATM/CDM/CRM (เช่น การโอนเงิน การฝากเช็ค หรือการจ่ายบิลใบแจ้งหนี้)
ข้อยกเว้นเดียว : การทำธุรกรรมฝาก/ถอนเงินสดข้ามเขตที่หน้าเคาน์เตอร์สาขา สามารถเรียกเก็บได้ ไม่เกิน 0.05% ของมูลค่าธุรกรรม
+ การโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment (Same day) : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ
+ ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (Commission in lieu of exchange) : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 0.125% ของมูลค่าเงิน สำหรับบุคคลธรรมดาและ SMEs กำหนดอัตราขั้นต่ำไม่เกิน 300 บาท และสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (และห้ามเก็บกรณีโอนเงินระหว่างบัญชีภายในธนาคารเดียวกัน)
+ ค่าโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (Bahtnet) : กรณีลูกค้าบุคคลธรรมดาและ SMEs ยื่นคำขอผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เรียกเก็บค่าบริการจากผู้โอนและผู้รับโอนรวมกันไม่เกิน 100 บาทต่อรายการ
4.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
+ ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (Front-end fee) : วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท เก็บไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน (สูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท) ส่วนวงเงินมากกว่า 15 ล้านบาท เก็บไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน
+ ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (Prepayment fee) : เก็บได้ไม่เกิน 3% ของยอดเงินต้นคงค้าง แต่ห้ามเรียกเก็บในกรณีที่ลูกค้าจ่ายเงินต้นไปแล้วเกินกว่า 50% ของยอดเบิกใช้จริง และผ่อนชำระมาแล้วเกิน 50% ของระยะเวลาตามสัญญา
+ ค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (Cancellation fee) : ห้ามเรียกเก็บหากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผูกพันวงเงิน (Commitment fee) ไปแล้ว หรือลูกค้าได้มีการเบิกใช้วงเงินไปแล้วบางส่วนหรือทั้งหมด
#ห้ามธนาคารขึ้นค่าธรรมเนียมอื่นทดแทนเด็ดขาด
เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินฉวยโอกาสปรับเพิ่มค่าบริการอื่นทดแทนรายได้ที่ลดลง ธปท. ได้ออกกฎเหล็กห้ามผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นในรายการที่ถูกควบคุม และห้ามแอบไปขึ้นค่าบริการรายการอื่น ปรับตั้งรายการใหม่ หรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ย
ข้อยกเว้น : สามารถทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุจำเป็นอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือสิ้นสุดช่วงโปรโมชั่น) แต่ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บข้อมูลเอกสารหลักฐานสนับสนุนความจำเป็นไว้ให้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ตรวจการของ ธปท. สามารถเข้าตรวจสอบได้
#ไทม์ไลน์การบังคับใช้ แบ่งเป็น 3 ระยะ ในปี 2569
1.เฟสที่ 1 เริ่ม 1 กรกฎาคม 2569 : บังคับใช้เกณฑ์ ค่าขอ Statement, ค่าขอหนังสือรับรองทางการเงิน, ค่ารักษาบัญชี, ค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากบัตรเครดิต, ค่าธรรมเนียมข้ามเขตยกเว้นส่วนของตู้เอทีเอ็มและใบแจ้งหนี้, และค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (ส่วนทั่วไป)
2.เฟสที่ 2 เริ่ม 1 กันยายน 2569 : บังคับใช้เกณฑ์ ค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็ม/เดบิตพื้นฐาน, ค่าธรรมเนียมข้ามเขตที่ตู้และใบแจ้งหนี้, ค่าโอนเงิน Bulk Payment ภายในวัน, และมาตรการสินเชื่อ SMEs ทั้งหมด
3.เฟสที่ 3 เริ่ม 1 ตุลาคม 2569 : บังคับใช้เกณฑ์ เพดานขั้นต่ำ/สูงสุดของค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับบุคคลธรรมดาและ SMEs รวมถึงค่าโอนเงินระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี