วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมสนับสนุนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) เดินหน้าผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 6,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ธนาคารร่วมสนับสนุนไทยเบฟบนเส้นทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง การออกสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของธนาคารในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญของธนาคารผสานกับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ MUFG ซึ่งพร้อมสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจของลูกค้าและเศรษฐกิจโดยรวม
น.ส.ต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรีและ MUFG จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน นับเป็นการดำเนินธุรกรรมสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนระหว่างไทยเบฟและกรุงศรีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ต่อยอดจากสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนวงเงิน 10,000 ล้านบาท ในปี 2567 และวงเงิน 5,000 ล้านบาท ในปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการผสานความยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การระดมทุนของไทยเบฟอย่างเป็นระบบ
โดยสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนดังกล่าว เชื่อมโยงต้นทุนทางการเงินของไทยเบฟเข้ากับผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจะปรับตามระดับการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 42% ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2573
ในขณะที่ไทยเบฟกำหนดเป้าหมาย SPTs ขึ้นภายใต้กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Finance Framework) โดยเป้าหมายดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเบฟที่ได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของพันธกิจด้านความยั่งยืนของไทยเบฟ และสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ไทยเบฟยังได้แต่งตั้ง Morningstar Sustainalytics เป็นผู้จัดทำรายงานความเห็นโดยผู้สอบทานภายนอกที่เป็นอิสระ (Second Party Opinion: SPO) เพื่อปรระเมินว่ากรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน(Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัทมีความสอดคล้องกับหลักการ Sustainability-Linked Loan Principles (SLLPs) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งประเมินว่าตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) และเป้าหมาย SPTs ของไทยเบฟมีความเหมาะสม มีนัยสำคัญ และสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กลยุทธ์ด้าน ESG
“การได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนจากกรุงศรีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของไทยเบฟ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายการสรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน การกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน ให้สอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองโดย SBTi สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการบูรณาการหลัก ESG เข้ากับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเดินหน้าขยายการใช้สินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน จะช่วยผลักดันให้ไทยเบฟสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้ ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน”น.ส.ต้องใจ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี