537.jpg
เงินเฟ้อพ.ค.สูงขึ้น2.79% ราคาน้ำมัน-อาหารดันค่าครองชีพ

เงินเฟ้อพ.ค.สูงขึ้น2.79% ราคาน้ำมัน-อาหารดันค่าครองชีพ

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 103.20 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.40 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะเดียวกันราคาอาหารสำเร็จรูปปรับสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ราคาผักสดยังสูงกว่าปีก่อนหน้า จากฐานราคาในปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก


โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2569 ที่เพิ่มขึ้น 2.79% มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้ หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 4% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ของใช้ส่วนบุคคล ค่าห้องพักโรงแรม และเสื้อผ้า 

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 0.95% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป ผักสด ข้าวสารเจ้า ไก่สด ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตามมีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด น้ำอัดลม ซอสหอยนางรม และมะพร้าวผล 

โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เพิ่มขึ้น 0.92% เร่งตัวขึ้นจากเดือนเมษายน 2569 ที่เพิ่มขึ้น 0.83% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 5 เดือนของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 เพิ่มขึ้น 0.82%

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง 2.ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ทั้งนี้ราคาอาหารสำเร็จรูปเมื่อปรับราคาสูงขึ้นแล้วมักจะปรับลดลงได้ยาก จึงส่งผลให้ค่าครองชีพของราคาสินค้าในกลุ่มนี้สูงขึ้นอย่างถาวร 3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง และ 4.ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อน จากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน ส่วนปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1.ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ 2.ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานในตลาดที่มีเพียงพอ

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) โดยประเมินว่าเดือนมิถุนายนจะอยู่ที่ 3% เดือนกรกฎาคม 3.24% สิงหาคม 3.33% กันยายน 3.53% ตุลาคม 3.78% พฤศจิกายน 3.59% และธันวาคม 3.35%

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ได้กดดันเงิน เพราะสินค้าหลายรายการปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่กล้าปรับขึ้นราคาสูงอีก อย่างไรก็ตามจากการสำรวจราคาอาหารจานเดียวยอดนิยม 7 เมนู ได้แก่ ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และข้าวกะเพรา รวมทั้งสิ้น 1,525 รายการทั่วประเทศ พบว่ามี 316 รายการ หรือกว่า 20% ที่ปรับราคาสูงขึ้น โดยการปรับขึ้นราคาที่พบมากที่สุดคือจาก 50 บาท เป็น 60 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท จำนวน 69 รายการ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ขณะที่ราคาจาก 30 บาท เป็น 40 บาท แม้จะเพิ่มขึ้นถึง 33.3% แต่พบเพียง 7 รายการเท่านั้น

ทั้งนี้จากรายการอาหารที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นทั้งหมด 316 รายการ พบว่ากว่า 51% หรือ 163 รายการ ปรับราคาเพิ่มขึ้นเพียง 10 บาท สะท้อนว่าการปรับราคาส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับจำกัด และเป็นไปตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top