วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อก่อนเวลาออกเดินทางต่างจังหวัด สิ่งที่หลายคนกังวลอาจเป็นเรื่องน้ำมันเต็มถังหรือยัง เช็กลมยางแล้วหรือไม่ แต่เมื่อโลกยานยนต์ก้าวเข้าสู่ยุครถไฟฟ้า หรือ EV คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดกลับกลายเป็น "แบตเตอรี่จะพอไหม"
.jpg)
หลายคนมองว่าการขับรถ EV เดินทางไกลเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องคอยมองหาสถานีชาร์จอยู่ตลอดเวลา แต่ความจริงแล้ว เมื่อได้ลองใช้สักระยะ จะพบว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การชาร์จ แต่อยู่ที่การวางแผน
ก่อนออกเดินทาง สิ่งแรกที่ควรทำคือ ศึกษาสถานีชาร์จตามเส้นทางล่วงหน้า ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันช่วยค้นหาสถานีชาร์จหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น EV Station PluZ, EleXA หรือ PEA VOLTA ที่ช่วยบอกตำแหน่งสถานีชาร์จ ประเภทหัวชาร์จ รวมถึง สถานการณ์ใช้งานแบบเรียลไทม์ในหลายพื้นที่
.jpg)
หลายคนที่ใช้ EV เป็นประจำ มักมีแอปติดเครื่องไว้มากกว่าหนึ่งตัว เพราะสถานีชาร์จแต่ละแห่ง อาจให้บริการผ่านผู้ให้บริการต่างกัน การมีแอปพร้อมใช้งานจึงช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้น และลดความกังวลเมื่อต้องเดินทางในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
.jpg)
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม คือ "ลมยาง" แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ส่งผลต่อระยะทางวิ่งของรถ EV โดยตรง ยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้รถใช้พลังงานมากขึ้น แบตเตอรี่ลดเร็วขึ้นโดยไม่จำเป็น ดังนั้นก่อนออกทริป ควรตรวจสอบแรงดันลมยางให้อยู่ในระดับที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งสามารถดูได้จากสติกเกอร์บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับหรือในคู่มือรถ
สำหรับผู้ที่เดินทางไกลเป็นประจำ การพกเครื่องเติมลมไฟฟ้าขนาดเล็กติดรถไว้ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยเพิ่มความสะดวก เมื่อต้องเดินทางผ่านพื้นที่ห่างไกลจากปั๊มน้ำมันหรือศูนย์บริการ
.jpg)
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้ EV ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ การเดินทางในช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ หรือวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน เพราะปัจจุบันจำนวนรถ EV บนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานีชาร์จตามเส้นทางหลัก อาจมีผู้ใช้งานหนาแน่นกว่าปกติ
หลายคนเคยวางแผนไว้จะชาร์จที่สถานีหนึ่ง แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่ามีรถรอคิวหลายคัน ส่งผลให้ต้องเสียเวลามากกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นในช่วงเทศกาล ควรเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ โดยเลือกสถานีชาร์จทางเลือกในระยะใกล้เคียงอย่างน้อย 1-2 แห่ง และไม่ควรรอให้แบตเตอรี่เหลือน้อยจนเกินไปก่อนเข้าชาร์จ
.jpg)
ผู้ใช้ EV ที่มีประสบการณ์มักเลือกชาร์จไฟเพิ่มตั้งแต่แบตเตอรี่ยังเหลือประมาณ 30-40% มากกว่ารอให้เหลือน้อย เพราะช่วยให้มีทางเลือกมากขึ้น หากสถานีที่ตั้งใจไว้มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
สิ่งที่น่าสนใจ คือ หลายครั้งการหยุดชาร์จกลับกลายเป็นข้อดีมากกว่าข้อจำกัด เพราะแทนที่จะขับยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง ผู้ขับขี่จะได้มีโอกาสพักผ่อน ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ หรือ หาร้านกาแฟนั่งพักสักครู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย แนะนำอยู่แล้วสำหรับการเดินทางไกล
ทุกวันนี้สถานีชาร์จจำนวนมาก ไม่ได้ตั้งอยู่ในจุดเปลี่ยวอย่างที่หลายคนคิด แต่กระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร และจุดพักรถสำคัญ ทำให้ช่วงเวลารอชาร์จ กลายเป็นช่วงเวลาพักผ่อนเล็กๆ ระหว่างการเดินทาง
.jpg)
ท้ายที่สุด ไม่ว่ารถจะใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ น้ำมัน เป้าหมายของการเดินทางก็ยังเหมือนเดิม คือการพาเราไปพบประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างทาง
ดังนั้น หากมีโอกาสขับ EV ออกทริปไกลสักครั้ง อย่าเพิ่งกังวลกับตัวเลขระยะทางบนหน้าจอมากเกินไป เพียงวางแผนเส้นทางล่วงหน้า ดาวน์โหลดแอปชาร์จไฟที่จำเป็น ตรวจสอบลมยางให้พร้อม และเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ที่มีผู้ใช้รถจำนวนมาก
เพราะการเดินทางที่ราบรื่น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแบตเตอรี่เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ที่การเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางต่างหาก และเมื่อวางแผนได้ดีพอแล้ว ทุกเส้นทางของรถ EV ก็สามารถเป็นการเดินทางที่สบายไม่ต่างจากรถคันอื่นๆ บนท้องถนน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี