537.jpg
บีโอไอไฟเขียวกลุ่ม‘มิชลิน’ ย้ายฐานผลิตยางล้ออากาศยานสู่ไทย

บีโอไอไฟเขียวกลุ่ม‘มิชลิน’ ย้ายฐานผลิตยางล้ออากาศยานสู่ไทย

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.45 น.

บีโอไอไฟเขียวกลุ่ม‘มิชลิน’ ย้ายฐานผลิตยางล้ออากาศยานสู่ไทย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท สยามมิชลิน จำกัด เพื่อขยายกิจการผลิตยางเรเดียลสำหรับอากาศยาน ณ เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดสระบุรี โดยการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างการผลิตระดับโลกของบริษัท เป็นการย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังไทย ปักหมุดไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยางล้ออากาศยานในระยะยาว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทต่อศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตอุตสาหกรรมมูลค่าสูงของภูมิภาค


สำหรับบริษัท สยามมิชลิน จำกัด เป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของมิชลินในภูมิภาคเอเชีย มีโรงงานผลิตทั้งหมด 5 แห่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ , สระบุรี , ชลบุรี , ระยอง และสงขลา บริษัทมีการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทยมากว่า 20 ปี ปัจจุบันบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้วทั้งสิ้น 37 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 32,000 ล้านบาท มีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 8,000 คน บริษัทมุ่งเน้นการผลิตและจัดจำหน่ายยางล้อหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งยางรถจักรยานยนต์ รถยนต์นั่ง รถเอสยูวี รถตู้ รถบรรทุกขนาดใหญ่ และยางอากาศยาน ภายใต้แบรนด์ “มิชลิน” และ “สยามไทร์” เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้มีแผนการส่งออกร้อยละ 90 ไปยังตลาดสำคัญต่างๆ เช่น ฝรั่งเศสและเกาหลีใต้ เป็นต้น รวมถึงจะมีการจำหน่ายในประเทศให้กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเป็นยางล้อสำหรับอากาศยานรุ่นสำคัญของ Airbus และ Boeing

“จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินหลังจากสถานการณ์โควิด ทำให้ความต้องการยางอากาศยานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตรายใหญ่ต่างเร่งขยายกำลังการผลิต ควบคู่กับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในระยะยาว การที่มิชลินตัดสินใจขยายการลงทุนครั้งใหญ่ในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางเรเดียลสำหรับอากาศยาน ซึ่งเป็นสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะและต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยางล้อระดับโลกที่มีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบยางธรรมชาติ คาร์บอนแบล็ค สารเคมีต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐาน ขีดความสามารถของบุคลากร มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทย” นายนฤตม์ กล่าว

นายนฤตม์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566-2568) บีโอไอได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ รวมทั้งสิ้น 21 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 58,000 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ การขนส่งและโลจิสติกส์ ปัจจุบันมีบริษัทยางล้อระดับโลกที่มีฐานการผลิตในประเทศไทยหลายราย เช่น มิชลิน , คอนติเนนทอล , บริดจสโตน , ซูมิโตโม และกู๊ดเยียร์ เป็นต้น 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top