537.jpg
‘ไทย’ ร่วมเวที OECD 2026 ผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโต

‘ไทย’ ร่วมเวที OECD 2026 ผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโต

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.36 น.

ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ระดับรัฐมนตรี (OECD Ministerial Council Meeting (MCM) 2026) ระหว่างวันที่ 3-4 มิถุนายน 2569 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งมีหัวข้อการหารือประจำปีนี้ คือ “Getting Industrial Policies Right for Open Markets, Growth and Prosperity” เพื่อหารือแนวทางจัดทำนโยบายอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว ควบคู่กับการรักษาตลาดที่เปิดกว้าง การแข่งขันที่เป็นธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดร. กิริฎา กล่าวว่า การประชุม MCM 2026 ให้ความสำคัญกับนโยบายอุตสาหกรรมควบคู่กับการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างนวัตกรรมและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว โดย ดร. กิริฎา เข้าร่วมการประชุมในช่วง Improving Regulatory Frameworks for Competition and Competitiveness และกล่าวเน้นย้ำว่า การแข่งขันที่เป็นธรรม กฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมนำเสนอความคืบหน้าของไทยในการปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมและสอดคล้องกับมาตรฐาน OECD โดยไทยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด

นายวีระพงษ์ ดร. กิริฎา และคณะ ได้เข้าร่วมการประชุมในหัวข้อ Safeguarding Open Markets, Free and Fair Trade, and a Level Playing Field และกล่าวเน้นย้ำว่า นโยบายอุตสาหกรรมควรมีความโปร่งใส มีเป้าหมายชัดเจน อิงข้อมูลเชิงประจักษ์ และมีการติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมยกตัวอย่างการดำเนินงานของไทยด้านการทบทวนกฎระเบียบ การพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน โดยไทยยังเห็นความสำคัญของการรักษาพื้นที่เชิงนโยบายสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

ดร. กิริฎา ยังได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกอย่างไม่เป็นทางการ (Informal WTO Ministerial Gathering: IMG) เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูป WTO โดยไทยกล่าวสนับสนุนการปฏิรูป WTO ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และมุ่งผลลัพธ์ที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่ากระบวนการตัดสินใจที่ยึดหลักฉันทามติยังเป็นรากฐานสำคัญของระบบการค้าพหุภาคี นอกจากนี้ ไทยสนับสนุนการพัฒนากฎเกณฑ์ WTO โดยเฉพาะด้านดิจิทัลและความยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาพื้นที่เชิงนโยบายที่เหมาะสมสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการหารือทวิภาคีกับสหราชอาณาจักรเพื่อหาแนวทางและความเป็นไปได้ในการพัฒนาการพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ทางการค้าและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ท่ามกลางสถานการณ์การผันผวนของการค้าโลก รวมทั้งสหราชอาณาจักรพร้อมที่จะสนับสนุนการเข้าร่วมสมาชิก OECD ของไทยอีกด้วย โดยเฉพาะในด้านการเงินพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (good governance) การทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Business Conduct) และนโยบายการค้า (trade policy)องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) จัดตั้งเมื่อปี 2504 โดยมีภารกิจหลักคือ การจัดทำนโยบายที่เน้นการช่วยเหลือให้สมาชิกบรรลุถึงการเจริญเติบโต การจ้างงาน และยกระดับความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน ภายใต้การคลังที่มีเสถียรภาพ ผ่านการค้าบนพื้นฐานความเท่าเทียม ในปัจจุบันมีสมาชิก 38 ประเทศ และมีประเทศที่อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD เช่น บราซิล เปรู โครเอเชีย อินโดนีเซีย และไทย

-032


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top