537.jpg
ส.อ.ท.ชี้'กลุ่มไฟฟ้า อาหาร EV ดิจิทัล'โต อุตฯดั้งเดิมเผชิญต้นทุนพุ่ง

ส.อ.ท.ชี้'กลุ่มไฟฟ้า อาหาร EV ดิจิทัล'โต อุตฯดั้งเดิมเผชิญต้นทุนพุ่ง

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.15 น.

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภาพรวมแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 พบหลายอุตสาหกรรมยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงหนุนทั้งตลาดส่งออก ความต้องการภายในประเทศ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ขณะที่บางกลุ่มอุตสาหกรรมยังต้องเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนวัตถุดิบ การแข่งขันจากสินค้านำเข้า รวมถึงกำลังซื้อที่ชะลอตัว

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2569 สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัว และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง


สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโต พบว่ามีปัจจัยสนับสนุนจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. การขยายตัวของตลาดต่างประเทศส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมที่มีศักยภาพด้านการส่งออก ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ  อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อและความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่ยังขยายตัว

2. ความต้องการภายในประเทศที่เติบโตช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ น้ำมันปาล์ม จากพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการสินค้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น

3. นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ประกอบด้วย ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ  เทคโนโลยีชีวภาพพลังงานหมุนเวียนและการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง ยังมีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและต้นทุน ได้แก่

1. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตสูง ประกอบด้วย ปูนซีเมนต์ เหล็ก อลูมิเนียม เซรามิก หลังคา แก้ว โดยมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูง

2. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ได้แก่ พลาสติก เคมีภัณฑ์ (ปุ๋ย) การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

3. กลุ่มที่เผชิญการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก ประกอบด้วย สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม  ผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาแข่งขันด้านราคา

4. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อและภาคท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ  หัตถกรรมสร้างสรรค์ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคและจำนวนนักท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัว

นางพิมพ์ใจ ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงต่อจากนี้ ประกอบด้วย 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1. การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เติบโตต่อเนื่อง
2. การส่งออกที่ยังขยายตัวในระดับสูง
3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
4. มาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น มาตรการผ่อนคลาย LTV และโครงการ Quick Big Win เพื่อช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ
5. แนวโน้มเครดิตประเทศไทยที่ยังมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ 
1. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ
2. แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น
3. การขยายตัวของสินค้านำเข้า
4. ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทั้งภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคเกษตร
5. ความกังวลต่อภาวะซุปเปอร์เอลนีโญในช่วงกลางปี 2569

“ภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีโอกาสเติบโตในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับตลาดโลก เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวต่อปัจจัยเสี่ยง ทั้งด้านต้นทุน ห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขัน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว” นางพิมพ์ใจ กล่าว

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top