543.jpg
พิษสงครามตะวันออกกลาง-EVจีนตีตลาด ‘ส.อ.ท.’หั่นเป้ายอดผลิตรถยนต์ปี69เหลือ 1.45 ล้านคัน

พิษสงครามตะวันออกกลาง-EVจีนตีตลาด ‘ส.อ.ท.’หั่นเป้ายอดผลิตรถยนต์ปี69เหลือ 1.45 ล้านคัน

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.11 น.

พิษสงครามตะวันออกกลาง-EVจีนตีตลาด ‘ส.อ.ท.’หั่นเป้ายอดผลิตรถยนต์ปี69เหลือ 1.45 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 3.33 โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 5.26 ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม


การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ได้แก่

1.สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 38.35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

2.มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

3. การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้ง อาเซียน ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ

4.เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น

นายสุรพงษ กล่าวว่า สำหรับจำนวนการผลิตรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.55 โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ 50.11 และ 8.07 ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิดเป็นร้อยละ 38.35 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว  รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 17.04 ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 7.55 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตครึ่งปีแรก 2569 (มกราคม - มิถุนายน 2569) มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04

ทั้งนี้ ผลิตเพื่อส่งออกได้ 67,784 คัน เท่ากับร้อยละ 56.30 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.18 โดยครึ่งปีแรก 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน เท่ากับร้อยละ 62.63 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 5.44

ขณะที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ 52,607 คัน เท่ากับร้อยละ 43.70 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 16.12 และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 268,051 คัน เท่ากับร้อยละ 37.37 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.35

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยอดขายยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คันเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 19.36 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.26  ส่งผลให้ครึ่งปีแรก 2569 รถยนต์มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 14.63 โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางรวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้หกเดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คันหรือลดลงร้อยละ 29.21 จากตัวเลขหกเดือนของปีที่แล้ว

รถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่าร้อยละ 90 ยังคงขายได้แค่ 10,805 คัน  ลดลงร้อยละ 3.17 จากมิถุนายนปีที่แล้ว รถกระบะเคยขายได้เดือนละ 30,000 คันก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบันขายได้เดือนละ 10,000 คัน ลดลงทุกเดือนตลอดสามปีมาแล้วจากการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง  รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง รายได้คนงานและพนักงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนทั้งหลายก็มีรายได้ลดลง จึงระมัดระวังการใช้เงิน ส่งผลให้การลงทุน การจ้างงานชะลอตัวลง เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมากเพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้น นำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า รถยนต์สำเร็จรูปเดือนมิถุนายน 2569 ส่งออกได้ 81,526 คัน ลดลงร้อยละ 7.45 โดยลดลงเพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 38.35 จากมิถุนายนปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจากร้อยละ20 ของปีที่แล้วเหลือร้อยละ 14 นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยครี่งปีแรก 2569 สามารถส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 8.32

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top