537.jpg
ปตท.-บีไอจีทุ่ม2,000ล้านลุยโครงการโรงแยกอากาศMAP2

ปตท.-บีไอจีทุ่ม2,000ล้านลุยโครงการโรงแยกอากาศMAP2

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางอรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบีไอจี เดินหน้าโครงการโรงแยกอากาศ MAP2 เพื่อผลิตก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในนาม บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยโครงการ MAP2 เป็นโรงแยกอากาศ (Air Separation Unit: ASU) ที่ใช้พลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) แห่งที่ 2 ของประเทศไทย มีเป้าหมายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทยที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้โครงการโรงแยกอากาศ MAP2 มูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน รวมสูงสุดถึง 450,000 ตันต่อปี ตอบสนองความต้องการใช้ก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการแยกอากาศรูปแบบเดิม ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศไทยภายในปี 2050


นางอรลา กล่าวว่า โครงการโรงแยกอากาศ MAP1 ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2564 ได้พิสูจน์ความสำเร็จของการนำพลังงานความเย็นจาก LNG มาใช้ โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ยกว่า 100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือคิดเป็นการลดการปล่อยสะสมกว่า 3.7 แสนตัน สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าวในการยกระดับอุตสาหกรรมสู่การเติบโตคาร์บอนต่ำ และเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดสู่โครงการ MAP2

สำหรับโครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้ง บีไอจี และ ปตท. ในการนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG มาต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบีไอจีให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อช่วยลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า

“โครงการโรงแยกอากาศที่ใช้พลังงานความเย็นจาก LNG แห่งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกลยุทธ์ Generating a Cleaner Future และตอกย้ำความร่วมมือระยะยาวระหว่าง บีไอจี กับ ปตท. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน โดย ปตท. และ บีไอจี เชื่อมั่นว่าโครงการโรงแยกอากาศ MAP2 จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลในระยะยาวในเวทีโลก”นางอรลา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top