วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้นำบริการขายฝากและสินเชื่อแบรนด์เนมแห่งเดียวในไทย เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ Brandname Money ดำเนินธุรกิจมาครบ 2 ปีในเดือนมิถุนายนนี้ ธุรกิจยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สวนทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยปี 2569 ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท เติบโต 100% จากสิ้นปี 2568 ที่มีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อ 200 ล้านบาท ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงเป็น 0% เนื่องจากมีการพัฒนาการบริหารจัดการความเสี่ยง Risk Management อยู่เสมอ โดยเฉพาะการอนุมัติสินเชื่อที่ใช้ระบบอนุมัติสินเชื่อเฉพาะตัว
ทั้งนี้โมเดลธุรกิจ 3 รูปแบบของ Brandname Money คือ 1.สินเชื่อเช่าซื้อ ที่สามารถ “ผ่อนไป-ใช้ไป 2.สินเชื่อ “ผ่อนจบ-รับของ” รับสินค้าเมื่อผ่อนครบ 3.บริการขายฝาก ในรูปแบบการรับจำนำ อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบการปล่อยสินเชื่อมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามพบข้อมูลที่น่าสนใจ บริการสินเชื่อเช่าซื้อแบรนด์เนมทั้ง “ผ่อนไป-ใช้ไป” และสินเชื่อ “ผ่อนจบ-รับของ” มีความต้องการเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะการซื้อสินค้ามือหนึ่งใน Shop รวมทั้งสินค้าในตลาดรีเซล ทำให้ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ 5 เดือนแรกปี 2569 มีมูลค่ากว่า 53 ล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 2568 ที่มีมูลค่า 25.5 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อขายฝากหรือรับจำนำยังคงเติบโตได้ตามปกติ ดังนั้น Brandname Money จึงตัดสินใจเปิดบริการ Personal Assistant (PA) เพื่อให้บริการลูกค้าเป็นพิเศษ ทั้งบริการให้คำปรึกษา ตรวจสอบราคา และดำเนินการด้านสินเชื่อ โดยเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปชำระเงิน และให้บริการถึง Shop ที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนม โดยทำหน้าที่เสมือนเลขาส่วนตัว
“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ดีมากนัก แต่ความต้องการใช้สินค้าแบรนด์เนมยังคงมีอยู่ ทั้งเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ บุคคลิกภาพ สร้างความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือ รวมทั้งซื้อเพื่อเป็นของขวัญของรางวัลให้กับตัวเองและคนที่รัก แต่ลูกค้าอาจไม่ต้องการใช้เงินสดจ่ายค่าสินค้าทั้งหมด จึงมาใช้บริการสินเชื่อของ Brandname Money เพราะวางเงินดาวน์ 30-50% ก็สามารถซื้อสินค้าใน Shop ได้ นอกจากนี้สินค้าลักชัวรี่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ผู้ซื้อต้องรอคิวจากทางแบรนด์ หรือ Shop บางครั้งโอกาสซื้ออาจเข้ามา ในขณะที่ผู้ซื้อไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ ส่วนบัตรเครดิตก็มีข้อจำกัดด้านวงเงินและดอกเบี้ยที่แพงกว่ามาก”นายปพน กล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันมีร้านค้าแบรนด์เนมมือสองเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ ส่งลูกค้าเข้ามาใช้บริการสินเชื่อกับ Brandname Money เพิ่มขึ้นจาก 40 ร้านค้า เป็น 70 ร้านค้า ทำให้มีโอกาสในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดย Brandname Money ยังคงเปิดรับร้านค้าพันธมิตรต่อเนื่อง และล่าสุด Brandname Money เปิดโครงการ Agent “เปลี่ยนความชอบให้เป็นรายได้” สำหรับผู้ที่รักสินค้าแบรนด์เนมและอยู่ในวงการสินค้าแบรนด์เนมที่ต้องการมีรายได้เสริม เพียงแนะนำลูกค้ามาขอสินเชื่อกับ Brandname Money ก็จะได้รับค่าตอบแทน
ส่วนการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนนั้น ยังคงมีนักลงทุนและบริษัททั้งในและนอกตลาดหุ้น สนใจเข้ามาเจรจาเพื่อเข้าร่วมทุนกับ Brandname Money แต่ทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ขณะนี้ยังไม่ได้ตกลงกับรายใดรายหนึ่ง โดย Brandname Money ยังคงต้องการพันธมิตรที่เข้ามาช่วยส่งเสริมหรือต่อยอด เพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ มากกว่าเพียงแค่การใส่เงินเข้ามาร่วมลงทุน โดยต้องการพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อ ก่อนนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่ง Brandname Money ยังคงเดินหน้าแผนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นบริษัทมหาชน เพราะธุรกิจสินเชื่อต้องการเงินทุนมาขยายพอร์ตเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี