วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์ในการทรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ ทั้งในด้านกระบวนการยุติธรรม การสาธารณสุข การบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาสังคม โครงการและมูลนิธิต่าง ๆ ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากสายพระเนตรที่ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาและช่องว่างในสังคม นำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมที่มุ่งเน้นการให้โอกาสและการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดของโครงการสำคัญดังต่อไปนี้"

1. มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (เริ่มก่อตั้ง พ.ศ. 2530 / ทรงรับอุปถัมภ์ พ.ศ. 2534)
มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีที่มาจากการขาดแคลนสถานที่ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ จึงประทานอนุญาตให้ใช้นามของพระองค์ภาฯ เป็นชื่อ "อาคารพัชรกิติยาภา" และทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิฯ ในปี พ.ศ. 2534 โครงการนี้ได้สร้างอาคาร 11 ชั้น สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกคลอด พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางสาขากุมารเวชศาสตร์ นักเรียนแพทย์ทหาร พยาบาล และเป็นศูนย์วิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญของประเทศอีกด้วย
2. มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (เริ่มดำเนินการ พ.ศ. 2538)
มูลนิธิฯ ถือกำเนิดขึ้นจากวิกฤตอุทกภัยร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2538 ซึ่งมีผู้เดือดร้อนจำนวนมากจนเกิดความเครียดและกระทบกระทั่งกัน พระองค์และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงออกปฏิบัติภารกิจรับน้ำใจและเยี่ยมเยียนประชาชนเป็นครั้งแรก จนเหตุการณ์คลี่คลายลงในที่สุด มูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแบบครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ การช่วยเหลือระหว่างเกิดภัย และการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิต ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และพัฒนาอาชีพ ภายใต้แนวคิด "แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน"

3. โครงการกำลังใจในพระดำริฯ (ริเริ่ม พ.ศ. 2549)
โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 จากการเสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทรงรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ต้องขังหญิงที่กราบทูลขอความช่วยเหลือ ทรงเล็งเห็นถึงช่องว่างของระบบยุติธรรมที่มักแยกการทำงานของหน่วยงานออกจากกัน จึงมีพระดำริให้จัดตั้งกลไกเพื่อช่วยเหลือดูแลผู้กระทำผิดอย่างครบวงจร ทรงช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กในเรือนจำให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งจัดการฝึกอาชีพ อบรมพัฒนาจิตใจ และให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ผู้ต้องขัง ตลอดจนมอบทุนประกอบอาชีพให้ผู้พ้นโทษเพื่อนำไปลงทุนหรือทำการเกษตร เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างเป็นปกติสุข
4. การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก (Say No to Violence against Women)
ทรงให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิสตรีและเด็ก โดยทรงร่วมเป็นแกนนำหลักในการรณรงค์ระดับชาติร่วมกับกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สังคมไทย และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการต่อต้านและยุติการใช้ความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในทุกรูปแบบ
5. เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์ฯ (จัดตั้งและจัดกิจกรรมต่อเนื่องช่วงปี พ.ศ. 2553 - 2554)
ทรงทราบถึงปัญหาความเป็นอยู่ที่แออัด อดอยาก และมีสุนัขจมน้ำตายในช่วงฝนตกหนัก ณ ศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ) ด้วยความเข้าพระทัยในธรรมชาติของสุนัข จึงทรงก่อตั้งเครือข่ายฯ ขึ้นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยได้จัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อปรับปรุงศูนย์ควบคุมสุนัขฯ ให้มีมาตรฐานและพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขจรจัดให้ดีขึ้น รวมถึงจัดทำโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีน รณรงค์ให้ประชาชนเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ และร่วมกันต่อต้านการทารุณสัตว์อย่างต่อเนื่อง
.jpg)
6. สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) (ก่อตั้ง พ.ศ. 2554)
เกิดจากการต่อยอดความสำเร็จในการทรงงานที่ผลักดัน "ข้อกำหนดกรุงเทพ" (Bangkok Rules) ให้กลายเป็นมาตรฐานของประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2553 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล สถาบันนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยและพัฒนานโยบายด้านความยุติธรรม ส่งเสริมหลักนิติธรรม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสตรีและเด็กในกระบวนการยุติธรรมระดับโลก
7. มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ (ก่อตั้ง พ.ศ. 2557)
สืบเนื่องจากการผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพ ทรงตระหนักว่าไม่มีใครอยากทำผิด จึงทรงเริ่มจัดตั้ง "สำนักงานผลิตภัณฑ์ในพระดำริ" จากห้องทำงานเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวกลางแสวงหาโอกาสให้กลุ่มผู้ขาดโอกาส จนพัฒนามาเป็นมูลนิธิ ณภาฯ อย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2557 มูลนิธิฯ ทำหน้าที่จัดฝึกอบรมวิชาชีพและทักษะชีวิตให้แก่ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ส่งเสริมการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ "จัน" "ธรา" และ "ไอศกรีมไทย" เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังสนับสนุนสโมสรกีฬา บีบีจี เพื่อพัฒนาเยาวชนที่ขาดโอกาสให้ไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ และดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอบ้านดุง

8. โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เป็นโครงการที่สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดและยกระดับคุณภาพชีวิตในเรือนจำ โดยพระองค์ทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการ โครงการนี้ได้สนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์และพัฒนาระบบสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงการรักษาสุขภาพกายและจิตใจที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าประชาชนทั่วไป
9. โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์
ทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการ เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื้อรังระหว่างชุมชนกับช้างป่าในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยดำเนินการฟื้นฟูแหล่งอาหารและแหล่งน้ำสำหรับช้างในป่า ควบคู่ไปกับการเยียวยาและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านสามารถประกอบอาชีพและอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน