วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมไทยที่มีศักยภาพสูง 50 ผลงาน จากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร การแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ และเวชสำอาง ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและตอบโจทย์ความท้าทายแห่งอนาคต ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เข้าร่วมงาน “The 12th China (Shanghai) International Technology Fair (CSITF) 2026” งานมหกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมนานาชาติ ระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมและการจัดนิทรรศการนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมไทยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในระดับสากล ผ่านกิจกรรมนำเสนอผลงาน (Pitching Session) และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีบริษัทและนักลงทุนจีนเข้าร่วมการเจรจากว่า 30 ราย ตั้งเป้าการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 20 คู่ และคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการเจรจาทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างนักลงทุนจีนและเจ้าของผลงานนวัตกรรมไทยมากกว่า 10 ล้านบาท
นอกจากนี้กรมฯยังได้นำเสนอแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ของไทย (IP Mart) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่กรมฯพัฒนาขึ้น เพื่อรวบรวมผลงานทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ไว้ในแหล่งเดียว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ นักลงทุนและผู้สนใจสามารถค้นหา ติดต่อ และเจรจาความร่วมมือกับเจ้าของผลงานได้โดยตรง นับเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมกับการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบาย IP Finance ที่มุ่งส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและการระดมทุนของผู้ประกอบการไทย ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยในโอกาสนี้กรมฯได้เยี่ยมชมการแสดงผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของจีน เพื่อศึกษาแนวโน้มเทคโนโลยีแห่งอนาคตและแสวงหาโอกาสความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์อัจฉริยะ เทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) รวมถึงเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำและ Startup ของจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ
“การเข้าร่วมงาน CSITF ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ โดยการจัดงาน CSITF ครั้งที่ผ่านมาสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจและการจับคู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีได้มากกว่า 570 ดีล สะท้อนศักยภาพของงานในการเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และภาคธุรกิจจากนานาประเทศให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน และการต่อยอดนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากลในอนาคต”นางอรมน กล่าว
อย่างไรก็ตามกรมฯจะเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนให้กับเจ้าของผลงานทรัพย์สินทางปัญญาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดงาน “IP X Venture 2026” มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 8 เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน สถาบันการเงิน และ Venture Capital จากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างโอกาสการเจรจาธุรกิจและการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ตอกย้ำบทบาทของกรมฯ ในการผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาไทยจากการคุ้มครองสิทธิ์สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้งาน CSITF เป็นหนึ่งในเวทีด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีน และเป็นเวทีการซื้อขายและถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกมากกว่า 50,000 คนต่อปี ซึ่งกว่า 85% เป็นกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านธุรกิจและการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมชั้นนำ อีกทั้งยังมีผู้แสดงผลงานเกือบ 1,000 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก การเข้าร่วมงาน CSITF จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สายตานักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือด้านการลงทุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี และต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี