วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้หรือกำไร‘กฟผ.’ อุ้ม‘ค่าไฟ’ผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแรก ชง ครม.เคาะ
17 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าโดยการชดเชยค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จะไม่ใช่งบประมาณกลาง แต่จะพิจารณาใช้มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) นำรายได้หรือกำไรจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในส่วนที่ไม่กระทบแผนการลงทุนมาสำรองจ่ายช่วยเหลือไปก่อนโดยจะเป็นคนละส่วนกับภาระค่าเชื้อเพลิง (AF) ที่กฟผ. แบกรับอยู่เดิม และจึงนำรายได้ส่วนอื่น (เช่น รายได้จากการจัดเก็บค่าไฟกลุ่ม Data Center) มาชดเชยคืนภายหลัง
สำหรับผู้ใช้ไฟกลุ่ม 400 หน่วยขึ้นไป จะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราก้าวหน้าตามที่เป็นกังวล (ยังใช้เรตเดิม)แต่รัฐบาลจะทบทวนแผนการเพิ่มอัตราค่าไฟสำหรับผู้ที่ใช้เกิน 400 หน่วย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนโครงสร้างแทน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนที่อยู่กันหลายคนหรือใช้ไฟเพิ่มในช่วงหน้าร้อน ขณะเดียวกันจะส่งเสริมระบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยเร่งเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ภาคประชาชนจำนวน 500 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทภายในเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมจัดแพ็กเกจช่วยเหลือ เช่น เงินกู้ เงินดาวน์ และลดดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง
นอกจากนี้ กระทรวงจะมีการปรับนโยบายกลุ่มของผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ภายในเดือนนี้ เพื่อเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 : Data Center เพื่อกำหนดเกณฑ์การใช้ไฟและน้ำให้เหมาะสมกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยกลุ่ม Data Center จะต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม และรับผิดชอบต้นทุนค่าไฟที่ต้องผลิตเพิ่มจากการนำเข้า LNG เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนนี้เข้ามาแย่งใช้ไฟจนกลายเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งการแยกประเภทนี้จะช่วยให้ Data Center จะไม่กลายเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ต้นทุนไฟฟ้ารวมของทุกคนถูกลงด้วย
นายเอกนัฏ กล่าวถึงการทบทวนสัญญาแอดเดอร์ (Adder) ว่าสัญญาบวกเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าในอดีตที่มีการต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ค่าไฟแพงเกินจริง ปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกับสำนักงานอัยการเพื่อทบทวนและยกเลิกการต่ออัตโนมัตินี้ เพื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบ Feed-in Tariff (FIT) ที่สะท้อนต้นทุนจริง เช่น โซลาร์เดิมรับซื้อ 3 บาทกว่า แต่เรต FIT ใหม่ปรับลดลงเหลือ 2 บาทเศษ
“การดำเนินงานนี้ไม่ต้องกลัวถูกฟ้อง เพราะที่ผ่านมาผมเองเคยถูกฟ้องมาแล้วหลายเรื่อง ซึ่งยืนยันว่าทุกอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็นเหตุเป็นผลหมด และทำด้วยความชอบธรรม โดยหากผู้ประกอบการยอมลดราคาลงมาก็อาจมีการซื้อต่อ แต่หากไม่ยอมก็จำเป็นต้องยกเลิก” นายเอกนัฏ กล่าว
ขณะเดียวกันยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพไฟสาธารณะและไฟทาง โดยจะเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เพื่อลดความสูญเสียในระบบ เนื่องจากปัจจุบันความสูญเสียเหล่านี้ถูกผลักภาระไปชาร์จรวมในค่าไฟของประชาชนสูงถึง 10–20 สตางค์ รวมทั้งจัดการค่าพร้อมจ่าย(AP) โดยแก้ไขปัญหาการคำนวณคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอดีตที่สูงเกินจริง จนต้องทำสัญญาจ้างเอกชนเตรียมพร้อมผลิตไฟฟ้าสำรอง แม้ไม่ได้จ่ายไฟจริงแต่ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี