542.jpg
‘เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้หรือกำไร‘กฟผ.’ อุ้ม‘ค่าไฟ’ผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแรก

‘เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้หรือกำไร‘กฟผ.’ อุ้ม‘ค่าไฟ’ผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแรก

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.33 น.

‘เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้หรือกำไร‘กฟผ.’ อุ้ม‘ค่าไฟ’ผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแรก ชง ครม.เคาะ

17 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าโดย​การชดเชยค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จะไม่ใช่งบประมาณกลาง แต่จะพิจารณาใช้มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) นำรายได้หรือกำไรจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในส่วนที่ไม่กระทบแผนการลงทุนมาสำรองจ่ายช่วยเหลือไปก่อนโดยจะเป็นคนละส่วนกับภาระค่าเชื้อเพลิง (AF) ที่กฟผ. แบกรับอยู่เดิม และจึงนำรายได้ส่วนอื่น (เช่น รายได้จากการจัดเก็บค่าไฟกลุ่ม Data Center) มาชดเชยคืนภายหลัง


สำหรับ​ผู้ใช้ไฟกลุ่ม 400 หน่วยขึ้นไป จะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราก้าวหน้าตามที่เป็นกังวล (ยังใช้เรตเดิม)แต่รัฐบาลจะทบทวนแผนการเพิ่มอัตราค่าไฟสำหรับผู้ที่ใช้เกิน 400 หน่วย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนโครงสร้างแทน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนที่อยู่กันหลายคนหรือใช้ไฟเพิ่มในช่วงหน้าร้อน ขณะเดียวกันจะ​ส่งเสริมระบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยเร่งเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ภาคประชาชนจำนวน 500 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทภายในเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมจัดแพ็กเกจช่วยเหลือ เช่น เงินกู้ เงินดาวน์ และลดดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง

นอกจากนี้ กระทรวงจะมีการปรับนโยบายกลุ่มของผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม โดย​เตรียมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ภายในเดือนนี้ เพื่อเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 : Data Center เพื่อกำหนดเกณฑ์การใช้ไฟและน้ำให้เหมาะสมกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดย​กลุ่ม Data Center จะต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม และรับผิดชอบต้นทุนค่าไฟที่ต้องผลิตเพิ่มจากการนำเข้า LNG เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนนี้เข้ามาแย่งใช้ไฟจนกลายเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งการแยกประเภทนี้จะช่วยให้ Data Center จะไม่กลายเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ต้นทุนไฟฟ้ารวมของทุกคนถูกลงด้วย

นายเอกนัฏ กล่าวถึงการทบทวนสัญญาแอดเดอร์ (Adder) ว่าสัญญาบวกเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าในอดีตที่มีการต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ค่าไฟแพงเกินจริง ปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกับสำนักงานอัยการเพื่อทบทวนและยกเลิกการต่ออัตโนมัตินี้ เพื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบ Feed-in Tariff (FIT) ที่สะท้อนต้นทุนจริง เช่น โซลาร์เดิมรับซื้อ 3 บาทกว่า แต่เรต FIT ใหม่ปรับลดลงเหลือ 2 บาทเศษ

“การดำเนินงานนี้ไม่ต้องกลัวถูกฟ้อง เพราะที่ผ่านมาผมเองเคยถูกฟ้องมาแล้วหลายเรื่อง ซึ่งยืนยันว่าทุกอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็นเหตุเป็นผลหมด และทำด้วยความชอบธรรม โดยหากผู้ประกอบการยอมลดราคาลงมาก็อาจมีการซื้อต่อ แต่หากไม่ยอมก็จำเป็นต้องยกเลิก” นายเอกนัฏ กล่าว

ขณะเดียวกันยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพไฟสาธารณะและไฟทาง โดยจะเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เพื่อลดความสูญเสียในระบบ เนื่องจากปัจจุบันความสูญเสียเหล่านี้ถูกผลักภาระไปชาร์จรวมในค่าไฟของประชาชนสูงถึง 10–20 สตางค์ รวมทั้ง​จัดการค่าพร้อมจ่าย(AP) โดยแก้ไขปัญหาการคำนวณคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอดีตที่สูงเกินจริง จนต้องทำสัญญาจ้างเอกชนเตรียมพร้อมผลิตไฟฟ้าสำรอง แม้ไม่ได้จ่ายไฟจริงแต่ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top