542.jpg
ครัวเรือนไทยเปราะบาง รายได้หด-หนี้ท่วม ต้องพึ่งเงินแจก

ครัวเรือนไทยเปราะบาง รายได้หด-หนี้ท่วม ต้องพึ่งเงินแจก

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC ได้วิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2025 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ครอบคลุมครัวเรือนตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ พบว่า ครัวเรือนไทยยังอยู่ระหว่างการปรับตัวจากระดับหนี้ที่สูงมาก (Deleveraging process) อีกทั้งกำลังเผชิญความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่อาจกลายเป็นแรงฉุดสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

โดยมี 6 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ดังนี้ 1. รายได้ครัวเรือนไทยลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี : รายได้เฉลี่ยครัวเรือนไทยในปี 2025 อยู่ที่ 28,308 บาท/เดือน ลดลง 2.5% เทียบกับผลสำรวจครั้งก่อนที่ 29,030 บาท/เดือน ในปี 2023 นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี สาเหตุหลักจากรายได้การทำงานที่หดตัวเป็นสำคัญถึง 4.8% สะท้อนความเปราะบางของตลาดแรงงานภายใต้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และปัญหาการกระจายของรายได้ครัวเรือนที่กระจุกตัวในกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูง


2.ครัวเรือนไทยอยู่รอดด้วยการพึ่งพาเงินช่วยเหลือมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย : รายได้ครัวเรือนจากเงินช่วยเหลือในปี 2025 เพิ่มขึ้น 19.4% จากปี 2023 สวนทางกับรายได้ประเภทอื่นที่ปรับลดลงทั้งหมด โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ซึ่งต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือและรายได้ไม่เป็นตัวเงินรวมกันเกือบ 60% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของกระแสรายได้และความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนรายได้น้อย

3.ครัวเรือนไทยรัดเข็มขัดตามรายได้ที่ลดลง โดยเน้นลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น : ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนในปี 2025 ลดลง 5.4% จากปี 2023 ตามกำลังซื้อที่อ่อนแอลง โดยครัวเรือนส่วนใหญ่เลือกลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายด้านอุปโภคบริโภคที่ลดลงไปเกือบ 10% ขณะที่พยายามคุมค่าใช้จ่ายจำเป็นไม่ให้เพิ่มขึ้นมากนัก เช่น อาหารเครื่องดื่ม และยาสูบ ซึ่งยังขยายตัวเล็กน้อย 0.6%

4.ครัวเรือนก่อหนี้ลดลงในภาพรวม แต่กลุ่มรายได้น้อยกลับก่อหนี้เพิ่มขึ้น : ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนในปี 2025 พบว่า หนี้ครัวเรือนในภาพรวมลดลง 11.8% จากปี 2023 รวมถึงค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่ปรับตัวลดลง สะท้อนภาวะการลดภาระหนี้ (Deleveraging) ในระดับประเทศ ท่ามกลางเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น และความพยายามของภาคครัวเรือนในการลดภาระหนี้สินลง อย่างไรก็ดีความเสี่ยงด้านหนี้ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่หนี้เพิ่มขึ้น 1.9% ส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยรายได้จากการทำงานที่ลดลงให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

5. ครัวเรือนไทยที่มีหนี้และมีปัญหารายได้ไม่พอใช้จ่ายมีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง : มากกว่า 50% ของครัวเรือนที่มีหนี้มีรายได้ไม่พอใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือน ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ไม่พอใช้สูงถึงกว่า 2 ใน 3 ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือน ส่วนใหญ่ต้องแบกรับทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและภาระหนี้ในระดับสูง ส่งผลให้สภาพคล่องตึงตัว และมีความสามารถในการรับมือกับค่าครองชีพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2026 ได้อย่างจำกัด เนื่องจากเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นมาก

6. ความเปราะบางของครัวเรือนไทยเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า : รายได้จากการทำงานที่ฟื้นตัวได้ช้า การพึ่งพาเงินช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังท่ามกลางภาระหนี้สูง เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกดดันการบริโภคภาคเอกชน และเพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ทั้งนี้ SCB EIC มองว่า การรับมือกับความท้าทายของภาคครัวเรือนจำเป็นต้องอาศัยทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว  โดยในระยะสั้น การบริโภคภาคเอกชนอาจได้รับแรงพยุงบางส่วนจากมาตรการภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ผ่านการช่วยประคองกำลังซื้อและสภาพคล่องของครัวเรือน อย่างไรก็ดีมาตรการดังกล่าวควรเน้นการช่วยเหลือค่าครองชีพแบบมุ่งเป้าไปยังครัวเรือนรายได้น้อยและรายได้ปานกลางที่มีความเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มที่ประสบปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย ควบคู่กับมาตรการบรรเทาภาระหนี้อย่างเหมาะสม เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การลดภาระดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มเปราะบาง และการรวมหนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ขณะที่ในระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพในการหารายได้ของครัวเรือน ทั้งการเพิ่มทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ การส่งเสริมโอกาสเข้าถึงรายได้จากหลายแหล่ง รวมถึงการเสริมวินัยและภูมิคุ้มกันทางการเงิน เพื่อให้ครัวเรือนไทยสามารถรับมือกับความผันผวนของรายได้ ค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น และลดการพึ่งพาเงินช่วยเหลือหรือการก่อหนี้เพื่อการบริโภคในระยะข้างหน้า

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top