วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รศ.พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล อาจารย์สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยในการบรรยายหัวข้อ "The Relevancy of YCF in Thai Children : Bridging the Iron Gap and Tackling Thailand's Triple Burden" จัดโดยสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) ว่าประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับปัญหาที่นักโภชนาการเรียกว่า "Triple Burden of Malnutrition" หรือภาวะทุพโภชนาการสามด้านพร้อมกันในเวลาเดียว ได้แก่ ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะโภชนาการเกิน และการขาดสารอาหารระดับจุลภาค (Micronutrients) ซึ่งด้านสุดท้ายนี่เองที่มักถูกมองข้ามมากที่สุด และเมื่อเจาะลึกลงไปในเด็กผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตัวเลขที่ปรากฏสร้างความตกใจไม่น้อย — ในกลุ่มเด็กที่ขาด Micronutrients นั้น ร้อยละ 95 ขาดธาตุเหล็ก รองลงมาคือการขาดวิตามินดีและแร่ธาตุสังกะสีตามลำดับ
คนส่วนใหญ่รู้จักธาตุเหล็กในฐานะ "วัตถุดิบสร้างเม็ดเลือดแดง" แต่สิ่งที่วงการกุมารเวชศาสตร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในวันนี้คือบทบาทของธาตุเหล็กต่อการสร้าง "ไมอีลิน" (Myelin) ปลอกหุ้มเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เหมือนฉนวนไฟฟ้า เพื่อให้สัญญาณของสมองวิ่งได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ หากเด็กขาดธาตุเหล็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดที่สุด ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อการเรียนรู้และระดับสติปัญญา (IQ) อาจเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกคืนได้ แม้ในภายหลังจะได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม ยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะก่อนหน้านี้ ปัญหาสมองในเด็กมักถูกโยงไปที่การขาดไอโอดีน แต่ข้อมูลทางคลินิกในปัจจุบันกลับชี้ว่าธาตุเหล็กคือตัวการสำคัญที่ถูกมองข้ามมายาวนาน
รากเหง้าของปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้ซับซ้อน แต่แก้ไขได้ยาก เพราะมันฝังอยู่ใน พฤติกรรมการกิน ของเด็กวัย 1–3 ขวบ ช่วงที่เด็กเริ่มมีความชอบและความไม่ชอบเป็นของตัวเอง เริ่มดิ้นรนปฏิเสธผักและเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งธาตุเหล็กตามธรรมชาติ ปัญหาคือสัญญาณภายนอกของการขาดธาตุเหล็กในระยะแรกนั้นแทบมองไม่เห็น เด็กยังคงร่าเริง วิ่งเล่น น้ำหนักขึ้นสม่ำเสมอ ต่างจากการขาดพลังงานที่แสดงออกผ่านความผอมแห้งอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ รศ.พญ.สุชาอร จึงย้ำเตือนผู้ปกครองว่า "อย่าเพิ่งชะล่าใจเพราะลูกดูแข็งแรง" ควรหมั่นตรวจสอบชนิดและปริมาณอาหารที่เด็กรับประทานจริงๆ ในแต่ละวัน หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินและปรับโภชนาการได้ทันก่อนที่ความเสียหายจะสะสมไปไกล
เมื่อพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยกลายเป็นอุปสรรค ทางออกที่วงการโภชนาการเด็กให้น้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ คือ "นมสูตรเสริมสารอาหาร" (Fortified Formula) สำหรับเด็กเล็ก ที่ผ่านกระบวนการเติมธาตุเหล็ก วิตามินดี สังกะสี และจุลธาตุที่จำเป็นอื่นๆ เข้าไปในปริมาณที่คำนวณมาให้ตรงกับความต้องการของร่างกายเด็กในแต่ละช่วงวัย ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่านมเสริมสารอาหารไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ที่ใช้ทดแทนการปรับพฤติกรรมการกิน แต่คือเครื่องมือเสริมที่ทำงานควบคู่กับการดูแลโภชนาการอย่างรอบด้าน เพื่อปิดช่องว่างที่อาหารตามธรรมชาติอาจเติมได้ไม่ครบในวันที่เด็กไม่ยอมกิน
อย่างไรก็ดี ในยุคที่พ่อแม่ให้ความสำคัญกับส่วนสูง น้ำหนัก และพัฒนาการภายนอกของลูกอย่างพิถีพิถัน ปัญหาการขาดธาตุเหล็กกลับแฝงตัวอยู่ในความเงียบของร่างกายที่ดูปกติ — และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันอันตรายที่สุด เพราะสมองไม่มีโอกาสครั้งที่สอง ช่วง 2,500 วันแรกคือหน้าต่างที่เปิดอยู่เพียงชั่วคราว และเมื่อมันปิดลง ต้นทุนที่สังคมต้องจ่ายในระยะยาว ทั้งด้านการศึกษา ผลิตภาพ และสุขภาพ อาจสูงกว่าราคาของการใส่ใจโภชนาการตั้งแต่วันนี้อยู่มาก
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี