วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘วราวุธ’ลุยอุดรธานี ดันเมกะโปรเจกต์‘เหมืองโปแตช’สร้างรายได้ท้องถิ่น 7.7 หมื่นล้าน มุ่งสู่ฮับปุ๋ยภูมิภาค ช่วยให้ราคาปุ๋ยในประเทศถูกลงเพื่อเกษตรกร คาดผลิตแร่ล็อตแรกได้ภายในปี 2573
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี พร้อมตรวจเยี่ยมเหมืองแร่โพแทชของบริษัท เอเชีย แปซิฟิก โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) โดยมีนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรมว.อุตสาหกรรม , นางอัษฎาพร ไกรพานนท์ , นายกนก วงศ์ตระหง่าน ที่ปรึกษาของ รมว.อุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ประกอบด้วย นายภาสกร ชัยรัตน์ , นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ , นางดวงดาว ขาวเจริญ , นายสุนทร แก้วสว่าง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และนายวรวุฒิ หิรัญไพศาลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารอาวุโส บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้การต้อนรับ
นายวราวุธ กล่าวว่า ทาง APPC เล่าให้ฟังว่าโครงการเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี ดำเนินการเพื่อผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่ปุ๋ยเคมี ครอบคลุมพื้นที่คำขอประทานบัตรประมาณ 26,400 ไร่ ซึ่งการที่โพแทชสะสมอยู่นั้น แสดงให้เห็นว่าจากเกลือที่ทับถมกันจนกลายเป็นหิน ต้องผ่านสภาวะอะไรทั้งหลายมากมาย ฉะนั้นต้องทำให้เกิดประโยชน์ให้ได้สูงสุด และคำนึงถึงคนในพื้นที่ต้องไม่ได้รับผลกระทบและต้องอยู่ได้เป็นปกติ
จากการรับฟังรายงานของบริษัทแล้วเชื่อว่ามีความตั้งใจในการประกอบกิจการที่คำนึงถึงชุมชนรอบข้างอย่างจริงจัง มีการใช้หลักในการบริหารงาน ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ดำเนินการด้วยหลัก ESG ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ดูแลสังคมและดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส การสร้างคุณค่าร่วมกันทั้งองค์กร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนรับฟังความคิดเห็นต่างๆด้วย
ทั้งนี้ การประกอบกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในชุมชนต้องคำนึงถึงชุมชนรอบข้างเป็นอันดับแรกๆ การทำเหมืองอาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมแต่ผู้ประกอบการได้มีการดูแลชุมชนรอบข้าง ทั้งเรื่องการสร้างงานสร้างอาชีพ การเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน รวมไปถึงการดูแลตรวจสุขภาพ ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความพึงพอใจ สถานประกอบการก็อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุข สิ่งนี้ถือเป็นหลักสำคัญในการประกอบการ
นายวราวุธ กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินโครงการเหมืองแร่ของ APPC เป็นการยกระดับสู่ Green Mining หรือเหมืองแร่สีเขียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยหัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการนำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกมาใช้ในการออกแบบ เพื่อลดผลกระทบทางกายภาพให้เหลือน้อยที่สุด โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
1.เทคนิคห้องสลับเสาค้ำยัน (Room and Pillar) เลือกใช้วิธีการทำเหมืองที่เหมาะสมกับธรณีวิทยาของชั้นแร่โปแตชที่มีความหนาเฉลี่ย 3.8 เมตร และอยู่ลึกลงไป 240-380 เมตรจากผิวดิน โดยจะขุดแร่สลับกับการคงเหลือเสาแร่ไว้เพื่อค้ำยันโครงสร้างใต้ดินให้แข็งแรง
2.ระบบถมกลับ (Backfilling) เมื่อขุดแร่ออกไปแล้ว จะมีการนำกากแร่และหางแร่ถมกลับลงไปในช่องว่างใต้ดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัย
3.การันตีด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ จากผลการศึกษาพบว่าภายในระยะเวลา 25 ปีของการทำเหมือง การทรุดตัวของดินจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระดับระนาบเดียว ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างบนผิวดินหรือทิศทางการไหลของน้ำธรรมชาติ
ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ระบุว่าโครงการถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิดอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเค็มสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ บ่อกักเก็บน้ำอัจฉริยะ ก่อสร้างบ่อน้ำใช้ขนาด 2.1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคำนวณสมดุลน้ำจากสถิติอุตุนิยมวิทยาของจังหวัดอุดรธานีย้อนหลังถึง 60 ปี เพื่อให้โครงการสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องดึงน้ำใต้ดินหรือน้ำผิวดินจากภายนอกมาใช้
สำหรับบ่อเก็บน้ำเหลือจากการผลิตจะปูพื้นด้วยวัสดุกันซึมถึง 2 ชั้น พร้อมติดตั้งระบบท่อตรวจเช็กการรั่วซึมตลอดเวลา พร้อมใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการดักจับฝุ่นในโรงแต่งแร่และระบบลำเลียง พร้อมปลูกต้นไม้เป็นแนวชน (Buffer Zone) รอบพื้นที่ ซึ่งผลจำลองพบว่าจะมีค่าฝุ่นต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
โครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางทรัพยากร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับท้องถิ่นและประเทศ โดยรายได้รัฐและท้องถิ่น ที่คาดว่าจะสร้างรายได้ในรูปค่าภาคหลวงและภาษีให้รัฐและจังหวัดอุดรธานีกว่า 77,000 ล้านบาท ตลอดอายุโครงการ และจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชนโดยรอบด้วยงบประมาณ 3,100 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
“เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ ราคาปุ๋ยในประเทศถูกลง เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรในประเทศ”
สำหรับการบริหารจัดการในรูปแบบธุรกิจ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้ร่วมทุนจากประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้น 100% และมีประสบการณ์ทำเหมืองโปแตชทั่วโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรหลัก แบ่งกรอบเวลาเป็น
*ปี 2569 เริ่มขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างและเพิ่มทุนบริษัทจาก 100 ล้านบาท เป็น 2,600 ล้านบาท
*ปี 2570 - 2573 เข้าสู่ช่วงการก่อสร้างโรงงานและระบบเหมือง
* ปี 2573 คาดว่าจะเริ่มการผลิตแร่โปแตช (COD) งวดแรกได้จริง
นายวราวุธ กล่าวว่า นอกจากการใช้เทคโนโลยีระดับสูงแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของชีวิต โดยจะมีระบบ Tracking ตรวจสอบตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใต้ดินลึกกว่า 300 เมตรได้ตลอดเวลา เพื่อให้เหมืองแห่งนี้เป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสงบสุขและยั่งยืน
/////////////////////////
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี