วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
จ่อได้ข่าวดี! ตำรวจนครพนมล็อกตัว 3 อดีตเด็กปั๊มเค้นสอบปมควงมีดชิงเงินแสนปั๊มน้ำมัน ผงะเจอ 1 รายฉี่ม่วง พร้อมแกะรอยวงจรปิดพบเบาะแสสำคัญ รถคนร้ายแต่งซิ่งสไตล์ 'ไรเดอร์ส่งของ' คาดมีคนในชี้เป้า
วันที่ 19 มิ.ย. 69 ความคืบหน้าคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ท้องที่อำเภอเมืองนครพนม กรณีคนร้ายเป็นชาย รูปร่างสูงประมาณ 170 เซนติเมตรขึ้นไป สวมหมวกโม่งอำพรางใบหน้าอย่างมิดชิด ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ล้อแม็ก ก่อนจะใช้อาวุธมีดปลายแหลมบุกเข้าจี้บังคับพนักงานชิงเงินสดไปได้จำนวนประมาณ 1 แสนบาท แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทางตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. ของวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บก.สส.ภ.4) ได้ประสานความร่วมมือสนธิกำลังร่วมกับ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (กก.ภ.จว.นครพนม) และสืบสวนชุดพยัคฆ์ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม กระจายกำลังลงพื้นที่เพื่อสืบสวนสอบสวนและแกะรอยล่าตัวคนร้ายรายนี้อย่างเร่งด่วน
โดยจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบอย่างละเอียด พบว่าคนร้ายมีการเตรียมการและวางแผนมาเป็นอย่างดี ลงมือก่อเหตุอย่างใจเย็น และที่สำคัญคือคนร้ายรู้พิกัดที่ซ่อนและที่เก็บเงินสดภายในปั๊มน้ำมันเป็นอย่างดี ซึ่งโดยปกติแล้วจุดเก็บเงินดังกล่าวจะมีเฉพาะกลุ่มพนักงานด้านในเท่านั้นที่รับรู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพุ่งเป้าประเด็นการสืบสวนไปที่กลุ่มอดีตพนักงานที่เคยลาออกไป รวมถึงยังไม่ตัดประเด็นเรื่องคนในชี้เป้าให้กับคนนอกเข้ามาลงมือ

ล่าสุด มีรายงานความคืบหน้าล่าสุดจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อำนาจการสืบสวนเชิญตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นอดีตพนักงาน (เด็กปั๊ม) ของปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุจำนวน 3 ราย เข้ามายังสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม โดยได้ทำการแยกห้องสอบสวนเป็นรายบุคคลเพื่อจับพิรุธและหาความเชื่อมโยงทางคดี
จากการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในเบื้องต้น พบว่ามีผู้ต้องสงสัย 1 ราย คือ นายบอล (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ปรากฏผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ‘เสพยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย’ ไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะทำการเค้นสอบปากคำอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์จี้ชิงทรัพย์ในครั้งนี้ด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ ในส่วนของการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานเชิงลึก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเทคโนโลยีได้ทำการซูมและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบเบาะแสสำคัญบนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟของคนร้าย โดยพบว่าที่แฮนด์ด้านซ้ายมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเป็นก้านเหล็กยื่นออกมาคล้ายกับที่จับโทรศัพท์มือถือ และที่บริเวณท้ายรถมีการติดตั้งกระบะเหล็กสำหรับวางกล่องพัสดุ ซึ่งเป็นลักษณะยอดนิยมที่กลุ่มไรเดอร์หรือพนักงานขับรถส่งอาหารส่งของนิยมใช้กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการกระชับพื้นที่และสั่งปูพรมตรวจเช็กประวัติบุคคลในกลุ่มอาชีพไรเดอร์ในพื้นที่ ที่ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะแต่งตรงกับกล้องวงจรปิดดังกล่าวเพื่อวงเกลบล้อมให้แคบลง
ด้าน พ.ต.ท.ศักดา ต้นจันทร์ สารวัตรป้องกันปราบปราม (สวป.) สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยถึงแนวโน้มของคดีนี้ว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนทั้ง 3 ชุดจับกุม ได้ระดมสรรพกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่คนร้ายลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจกลางเมืองโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่อย่างไรก็ตาม กล้องวงจรปิดในพื้นที่เปรียบเสมือนตาวิเศษที่นำทางเจ้าหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม

‘ในเวลานี้ พยานหลักฐานสำคัญหลายอย่างรวมถึงเบาะแสทางนิติวิทยาศาสตร์ได้มาอยู่ในมือของทีมชุดสืบสวนเกือบทั้งหมดแล้ว คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จึงอยากขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติงานรวบรวมและต่อจิ๊กซอว์อีกเล็กน้อย ยืนยันว่าคดีนี้จะสามารถปิดเกมและนำข่าวดีมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนชาวนครพนมรับทราบได้อย่างแน่นอน’ พ.ต.ท.ศักดา กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี