542.jpg
DITP แนะใช้ประโยชน์วัตถุดิบบราซิล ผลิตอาหารขายลาตินอเมริกา-ตลาดโลก

DITP แนะใช้ประโยชน์วัตถุดิบบราซิล ผลิตอาหารขายลาตินอเมริกา-ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.43 น.

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นางสาวพุทธชาติ วงษ์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซาเปาโล ประเทศบราซิล ถึงผลการสำรวจสถานการณ์ด้านการผลิตอาหารและเครื่องดื่มของบราซิล หลังจากมีการยกระดับผลผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร และผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทย

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า ผลสำรวจในเดือน มีนาคม 2569 พบว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมเกษตรของบราซิลเพิ่มขึ้น 2.9% โดยสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของภาคอาหารและเครื่องดื่ม ตามดัชนีการผลิตอุตสาหกรรมเกษตร (PIMAgro) จาก FGV Agro ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยธุรกิจการเกษตรของ Fundação Getulio Vargas FGV Agro และยอดรวมไตรมาสแรก ปี 2569 ผลผลิตอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.4% โดยอุตสาหกรรมอาหาร เพิ่ม 2.7% การผลิตเครื่องดื่มเพิ่ม 3.3% แต่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหาร ลด 2.7%


นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นผู้นําการเติบโต โดยเพิ่ม 6.2% ได้รับแรงหนุนจากผลผลิตเนื้อสัตว์ และนมที่แข็งแกร่ง อาหารจากพืชเพิ่ม 4.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการผลิตอาหารแปรรูป น้ำผลไม้ น้ำมัน ไขมัน ข้าว และผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีที่สูงขึ้น การผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่ม 5% ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเครื่องดื่มโดยรวมเพิ่ม 2.1%

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์รายงานอีกว่า การที่ภาคอาหารและเครื่องดื่ม ของบราซิลยกระดับผลผลิตและอุตสาหกรรมเกษตรที่เพิ่มขึ้น มีทั้งผลกระทบเชิงแข่งขันและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ต่อไทย โดยเฉพาะในการที่บราซิลเป็นมหาอำนาจเกษตรและตลาดลาตินอเมริกากำลังเติบโต โดยไทยจะมีการแข่งขันกับบราซิลมากขึ้นในสินค้าอาหารแปรรูปและมูลค่าสูงมากขึ้น เช่น อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทาน (ready-to-eat) พวก Plant-based และส่วนประกอบอาการ (food ingredients) ผู้ส่งออกไทยอาจเผชิญการแข่งขันด้านต้นทุนจากบราซิลที่มีขีดความสามารถการผลิตสูง แรงกดดันด้านราคาในตลาดโลก และการแข่งขันในตลาดที่ไทยเคยได้เปรียบ เช่น อาหารแปรรูปและวัตถุดิบอาหารเครื่องแกง ซอส และอาหารสุขภาพ

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ความแข็งแกร่งของบราซิล ช่วยให้ไทยมีแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพมากขึ้น เช่น ถั่วเหลืองและโปรตีนพืช ข้าวโพดอาหารสัตว์ น้ำตาล และเนื้อสัตว์ จึงเป็นโอกาสต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยที่ต้องการลดต้นทุนหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ใช่แข่งขันกับบราซิลในเรื่องปริมาณ แต่ใช้จุดแข็งของบราซิลด้านวัตถุดิบ มาผสานกับจุดแข็งของไทยด้านการแปรรูป นวัตกรรม และแบรนด์อาหาร เพื่อสร้างตลาดใหม่ร่วมกัน โดยเฉพาะในลาตินอเมริกาและตลาดโลก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top