นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ ได้ประชุมหารือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โรงงานผลิตกะทิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวแกง ที่ขณะนี้ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ผลผลิตในปี 2569 มีปริมาณ 0.852 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากปีก่อน และพบว่าปัจจุบันผลผลิตยังออกสู่ตลาด แต่ผลจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตมีขนาดเล็กลง ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมะพร้าวหัวขูด และผลผลิตได้ไหลเข้าสู่โรงงานแปรรูป แต่โรงงานมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต เกิดปัญหาผลผลิตตกค้าง ล้งและโรงงานจึงชะลอการรับซื้อ ส่งผลกระทบต่อราคารับซื้อจากเกษตรกรปรับลดลงมาอยู่ที่ 6-7 บาทต่อลูก
สำหรับปัญหาที่เกษตรกรมีความกังวลว่ามีสาเหตุมาจากการนำเข้ามะพร้าวแกงของโรงงาน จากการตรวจสอบ พบว่า โรงงานกะทิใช้ผลผลิตมะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลักถึงร้อยละ 80 และนำเข้าแค่ร้อยละ 20 และในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผลผลิตภายในประเทศออกมาก พบว่า การนำเข้ามะพร้าวในช่วง ม.ค-พ.ค.2569 มีปริมาณเพียง 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณการนำเข้าถึง 190,734 ตัน หรือลดลงร้อยละ 60
นายกรนิจกล่าวว่า เพื่อบรรเทาปัญหาราคามะพร้าวแกงตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ ได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานกะทิ โดยมีมาตรการสำคัญ คือ การขอความร่วมมือโรงงานเข้ารับซื้อมะพร้าวคงค้างที่ยังไม่มีผู้รับซื้อ จำนวน 8.8 ล้านลูกโดยเร่งด่วน แยกเป็นประจวบคีรีขันธ์ 5 ล้านลูก นครศรีธรรมราช 1.6 ล้านลูก สุราษฎร์ธานีและชุมพร 1 ล้านลูก และแหล่งอื่น ๆ 1.2 ล้านลูก และกรมการค้าต่างประเทศ ยังได้ประชุมผู้นำเข้าและโรงงานกะทิ ขอให้รับซื้อผลผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกก่อน ซึ่งโรงงานยืนยันว่าจะเริ่มลดการนำเข้าและในช่วงนี้จะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นหลัก
“กระทรวงพาณิชย์ คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดผลผลิตตกค้างและช่วยให้ราคามะพร้าวทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และจะติดตามสถานการณ์รับซื้อและราคาอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมทั้ง จะกำกับดูแลการนำเข้ามะพร้าวของโรงงานให้ไม่กระทบต่อผลผลิตในประเทศ การส่งเสริมผู้ประกอบการโรงงานกะทิของไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ให้สามารถขยายช่องทางการตลาดในตลาดเดิมและเพิ่มช่องทางการตลาดในตลาดใหม่ และที่สำคัญคือ การยกระดับการผลิตของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนให้ผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานสากล มีผลผลิตต่อเนื่อง และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกได้”นายกรนิจกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี