542.jpg
กังวลหุ้นกู้เสี่ยงสูง ครึ่งปีหลังครบยืดหนี้4,903ล้าน

กังวลหุ้นกู้เสี่ยงสูง ครึ่งปีหลังครบยืดหนี้4,903ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.30 น.

กังวลหุ้นกู้เสี่ยงสูง ครึ่งปีหลังครบยืดหนี้4,903ล้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 มูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวของไทยอยู่ที่ 337,336 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยกดดันจากนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตมากขึ้น จากสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ และอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาคธุรกิจระดมทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น หุ้นกู้ที่ออกใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Investment Grade หรือหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป มีมูลค่า 320,829 ล้านบาท คิดเป็น 95% ของมูลค่าการออกหุ้นกู้ทั้งหมด


แม้มูลค่าการออกหุ้นกู้ช่วงต้นปีจะหดตัว แต่คาดว่าทั้งปี 69 มูลค่าการออกหุ้นกู้อาจอยู่ที่ 8.5-8.9 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า และใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ที่ 9 แสนล้านบาทของ ThaiBMA เนื่องจากช่วงที่เหลือของปี ภาคธุรกิจจำเป็นต้องออกหุ้นกู้ เพื่อทดแทนหุ้นกู้รุ่นเดิมที่ครบกำหนด และเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน แต่ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป

ภาพรวมการจำหน่ายหุ้นกู้ช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่าความกังวลของนักลงทุนยังไม่ได้กระจายไปทั่วตลาด แต่จำกัดอยู่ในกลุ่มหุ้นกู้ที่เสี่ยงสูง นักลงทุนจำนวนมากยังต้องการลงทุนในหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade ที่น่าเชื่อถือสูง ส่งผลให้การจำหน่ายหุ้นกู้ของกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับ 96% ของมูลค่าการเสนอขาย

ในทางกลับกัน หุ้นกู้กลุ่ม High Yield หรือหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BB+ ลงมา รวมถึงหุ้นกู้ที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต (Non-rated) ยังเผชิญข้อจำกัดในการระดมทุนมากกว่า โดยความสำเร็จในการจำหน่ายลดลงมาต่ำกว่า 60% ของมูลค่าเสนอขาย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นกู้กลุ่มเสี่ยงสูงยังอ่อนแอ หลังข่าวผิดนัดชำระหนี้ช่วงก่อนหน้า ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตของผู้ออกมากกว่าเดิม ทำให้การระดมทุนกระจุกตัวในบริษัทที่ฐานะการเงินแข็งแรง ขณะที่ผู้ออกบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงและความเชื่อมั่นของตลาดที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

แม้ปัญหาในตลาดหุ้นกู้ยังไม่ได้กระจายเป็นวงกว้าง แต่หุ้นกู้เสี่ยงสูงยังเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ ปัจจุบันหุ้นกู้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ตามสัญญาคิดเป็น 2% ของมูลค่าคงค้างหุ้นกู้ทั้งตลาด แบ่งเป็น หุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นแล้ว 0.2% อีก 1.8% เป็นหุ้นกู้ที่ปรับโครงสร้างชำระหนี้แล้ว ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันในระยะสั้น และเปิดโอกาสให้ผู้ออกมีเวลาจัดการสภาพคล่องมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงหมดไป ดังนั้นหุ้นกู้ที่เคยปรับโครงสร้างหนี้แล้วและจะกลับมาครบกำหนดในระยะต่อไป รวมถึงหุ้นกู้เสี่ยงสูงอื่นที่กำลังจะทยอยครบกำหนดชำระ จึงยังเป็นกลุ่มที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

ช่วงครึ่งหลังปี 69 จะมีหุ้นกู้ที่เคยผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และกลับมาครบกำหนดชำระ มูลค่า 4,903 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงจะกลับมาเผชิญปัญหาชำระหนี้ได้อีก หากฐานะการเงินของผู้ออกยังไม่ฟื้นตัวเพียงพอ และต้องติดตามหุ้นกู้เสี่ยงสูงกลุ่มอื่นที่จะครบกำหนดในช่วงเดียวกันด้วย โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ออกยังมีฐานะการเงินเปราะบาง หรืออาจเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการเงิน อาจทำให้บางรายมีความสามารถชำระหนี้ลดลง แม้ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้มาก่อน นักลงทุนควรติดตามหุ้นกู้เสี่ยงสูงกลุ่ม High Yield และ Non-rated ที่จะครบกำหนดชำระอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top