542.jpg
แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส รัฐช่วย 1 หมื่น หนุนเป็นเจ้าของธุรกิจ

แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส รัฐช่วย 1 หมื่น หนุนเป็นเจ้าของธุรกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.05 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมฯบูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ,ธนาคารกรุงไทย ,บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ,ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)  จัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยเข้าร่วมโครงการ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569

 โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” เป็นการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “ไทยช่วยไทย” ที่จะช่วยสร้างธุรกิจและอนาคตให้กับผู้ว่างงาน หรือผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจลงทุน มองหารายได้เสริม และมองหาแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพเพื่อการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ผ่านระบบแฟรนไชส์คุณภาพ สามารถเลือกธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นอาชีพได้จริงในระยะเวลาสั้นๆ และมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง เนื่องจากมีเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ โดยรัฐบาลจะร่วมอุดหนุนเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจให้กับประชาชน 50% ของมูลค่าแพ็กเกจ สูงสุดรายละ 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท


นอกจากนี้ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอ จะมีการสนับสนุนธุรกิจผ่านบริการ Krungthai Business โอกาสเข้าถึงสินเชื่ออัตราพิเศษสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ อาทิ ธนาคารกรุงไทย, SME D Bank ,ธนาคารออมสิน และหากต้องมีการค้ำประกันจะมี บสย. มาช่วยดูแล ตลอดจนสิทธิ์ในการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือโลตัสและแม็คโครทั่วประเทศกว่า 2,000 สาขา โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ฟรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน รวมทั้งการสมัครเข้าเป็นร้านค้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60 : 40)” ที่จะรับสมัครถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

โดยเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์กับโครงการได้ผ่านทางเว็บไซต์ “ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th” สามารถติดต่อไปยังแฟรนไชส์ซอร์ได้โดยตรง จากนั้นแฟรนไชส์ซอร์จะทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลและเอกสารต่างๆ ของผู้ซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี) มายังกรมฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาความพร้อมของผู้ลงทุน      

ในส่วนของแฟรนไชส์ซอร์ก็มีโอกาสได้ขยายธุรกิจผ่านแฟรนไชส์ซีที่มีคุณภาพ ซึ่งกรมฯได้เน้นย้ำให้ทำการคัดเลือกอย่างเข้มข้น และให้ดูแลกันอย่างดีตลอดเวลาทำธุรกิจ ซึ่งจะทำให้เติบโตไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนการสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจที่จะขยายผลต่อเนื่องไปทั่วประเทศ รวมถึงกรมฯยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกแฟรนไชส์ซอร์คุณภาพ เพราะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ว่าจะสามารถส่งต่อความสำเร็จสู่แฟรนไชส์ซีได้จริง ซึ่งแฟรนไชส์ซอร์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจากกรมฯ และสมัครเข้าร่วมผ่านช่องทางที่กรมฯกำหนด  

“กรมฯขอเชิญชวนผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่มีศักยภาพ และผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจเพื่อลงทุน สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเข้าถึงกลุ่มผู้สนใจลงทุนในแฟรนไชส์ทั่วประเทศ โดยแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th ซึ่งเป็นช่องทางกลางให้นักลงทุนมาเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์และติดต่อธุรกิจได้โดยตรง โดยสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งกรมฯจะจัดงานแถลงข่าวโครงการ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ระหว่างดำเนินโครงการในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569”นายพูนพงษ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top