วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
DIP ลงพื้นที่ “เชียงใหม่” ติดอาวุธ SME ภาคเหนือ หนุนต่อยอดทุนวัฒนธรรม สร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดทำโครงการ “SME ไทยเพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อนุสิทธิบัตร สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หรือลิขสิทธิ์ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่าง สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภาคเหนือถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันในภาคเหนือมีผู้ประกอบการ SME กว่า 553,000 ราย (คิดเป็น 16.9% ของผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 3.28 ล้านราย) และสร้างการจ้างงานกว่า 1.56 ล้านคน สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคเหนือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ กรมฯ จึงจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันให้สินค้าท้องถิ่นของภาคเหนือสามารถต่อยอดมูลค่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และก้าวสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น
ด้าน นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ ได้มุ่งเน้น การเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ทั้งความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ การตั้งชื่อแบรนด์ เทคนิคการออกแบบโลโก้ กลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ เทคนิคการตลาดออนไลน์ และการสร้างคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการขาย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รับคำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว เกี่ยวกับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานสินค้า การเข้าถึงแหล่งทุน และการพัฒนาธุรกิจอย่างครบวงจร โดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากคุณวีรศิษฏ์ ภู่สุวรรณ์ เจ้าของแบรนด์ Ghomlanna แบรนด์งานคราฟต์ที่นำภูมิปัญญาหัตถกรรมล้านนามาต่อยอดเป็นเครื่องประดับและของตกแต่งร่วมสมัย โดยใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาประเภทเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อพัฒนาธุรกิจและยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ที่จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นภายใต้โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” หลังจากดำเนินกิจกรรมครั้งแรกที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตรแปรรูป สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม และสินค้าไลฟ์สไตล์ เข้าร่วมกว่า 35 กิจการ ซึ่งกรมฯ ยังมีแผนจัดกิจกรรมอีก 4 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี โดยตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไม่น้อยกว่า 300 กิจการทั่วประเทศ
นอกจากการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ผู้ประกอบการ SME จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาทต่อกิจการ พร้อมบริการ Fast Track เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับ SME โดยจะทราบผลการพิจารณาคำขอภายใน 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมพัฒนาศักยภาพทั้ง 6 ครั้งแล้ว กรมฯ จะต่อยอดโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการผ่านการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการ SME กับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆ อาทิ โมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และภาคการผลิต เพื่อขยายช่องทางการตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี