วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
อัปเกรดเอสเอ็มอี ปรับโรดแมปฝ่าพิษศก.โลก
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ครั้งที่ 4/2569 คณะกรรมการฯได้ร่วมกันพิจารณาทบทวนแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ พร้อมวางกรอบทิศทางการดำเนินงานของกองทุนตามแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ให้มีความสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและนโยบายของภาครัฐในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้มีศักยภาพ เข้าถึงแหล่งทุน และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการของกองทุน ประกอบด้วย ข้อที่ 1 แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (พ.ศ.2567-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และแผนปฏิบัติการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ข้อที่ 2 แผนการบริหารทรัพยากรบุคคลกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ระยะยาว (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และแผนปฏิบัติการด้านบริหารทรัพยากรบุคคล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 และข้อที่ 3 แผนปฏิบัติการดิจิทัลกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ระยะยาว (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และแผนปฏิบัติการดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งมีองค์ประกอบครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังร่วมกันทบทวนแผนบริหารความเสี่ยงกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อปรับปรุงแผนให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมร่วมกันแสดงความคิดเห็น พร้อมให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อการยกระดับบทบาทของกองทุนให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และคุ้มค่า รวมถึงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป
นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) รวมถึงผลสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเอสเอ็มอีไทยได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง มีสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ จึงต้องการให้ภาครัฐกำหนดมาตรการช่วยลดต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และสนับสนุนการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการจัดสรรเงินคงเหลือในกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้สนับสนุนภารกิจของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เป็นไปตามอำนาจและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ได้รับอนุมัติวงเงินในการยกระดับมาตรฐานฮาลาลสู่สากล พร้อมทั้งได้พิจารณาข้อเสนอการจัดสรรเงินจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
“การประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการดำเนินงานด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำหนดแนวทางและมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อความท้าทายที่เกิดขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายณัฐพล กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี