วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพฝั่งตะวันตก ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นรอบสุดท้ายก่อนสรุปรายงาน EHIA โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่โดยรอบ เข้าร่วมรับทราบความคืบหน้าพร้อมเสนอความคิดเห็น ณ โรงแรมแรมแบรนดท์ กทม.
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการท่าเรือกรุงเทพฝั่งตะวันตกต้องเดินหน้าบนความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการชี้แจงความคืบหน้า รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม ภายหลัง กทท. และที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นครั้งก่อนมาวิเคราะห์ เพื่อให้มาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบมีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และนำไปสู่การดูแลประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
ทัังนี้โครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพฝั่งตะวันตกเป็นท่าเรือกึ่งอัตโนมัติ หรือ Semi-Automated Port เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ กทท. เพื่อพัฒนาท่าเรือกรุงเทพสู่ Smart Port ด้วยการนำระบบปฏิบัติการอัจฉริยะและเทคโนโลยีกึ่งอัตโนมัติมาใช้ในการทำงาน พร้อมติดตั้งเครื่องมือทุ่นแรงอัตโนมัติ รวมถึงปรับปรุงลานวางตู้สินค้าและพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตามรายงาน EHIA ของโครงการให้ความสำคัญกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยตรง อาทิ คุณภาพอากาศ ระดับเสียง การสั่นสะเทือน การจัดการน้ำเสีย การระบายน้ำและการป้องกันน้ำท่วม การจราจรโดยรอบพื้นที่โครงการ สุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ
นอกจากนี้ กทท. ได้กำหนดมาตรการและแนวทางบริหารจัดการผลกระทบทั้งในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินการ แบ่งเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ มาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ แนวทางบริหารจัดการพื้นที่ระหว่างดำเนินโครงการและแนวทางดูแลชุมชนโดยรอบ
โดยในส่วนของการลดผลกระทบและการบริหารจัดการพื้นที่ กทท. จะกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างและพื้นที่กองวัสดุอย่างชัดเจน พร้อมนำระบบประมวลผลข้อมูลอัจฉริยะ (OCR) มาใช้ควบคุมการเข้า-ออกของรถบรรทุกและตรวจสอบข้อมูลตู้สินค้าโดยอัตโนมัติ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและการปล่อยมลพิษทางอากาศ ขณะเดียวกัน จะมีการติดตามตรวจสอบผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสื่อสารความคืบหน้าแก่ชุมชน การจัดตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียน และการกำหนดแนวทางช่วยเหลือหรือเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
“หลังจากโครงการแล้วเสร็จ ท่าเรือกรุงเทพจะสามารถบริหารจัดการตู้สินค้าได้รวดเร็ว แม่นยำ และคล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งเครื่องมือทุ่นแรงอัตโนมัติตลอดแนวท่าเทียบเรือความยาวประมาณ 634 เมตร ครอบคลุมพื้นที่หน้าท่าประมาณ 29,100 ตารางเมตร (18 ไร่) พร้อมปรับปรุงพื้นที่หลังท่ารวมกว่า 176,000 ตารางเมตร (110 ไร่) ส่งผลให้สามารถใช้พื้นที่และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของท่าเรือกรุงเทพในฐานะประตูการค้าสำคัญของประเทศ” ว่าที่ร้อยตรี รัฐกรฯ กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กทท. จะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ไปประกอบการจัดทำรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความรอบคอบ โปร่งใส และเดินหน้าสู่ Smart & Green Port ที่เติบโตควบคู่กับเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี