วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ตลาดรถยนต์ไทยเดือนพฤษภาคมโตต่อเนื่อง ดันยอดขาย 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% ขณะที่โตโยต้ายังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ยอดขายสะสมรวม 99,130 คัน เติบโต 4.59%เผยกลุ่ม Eco Segment มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดย Yaris ATIV รุ่นที่ทำยอดขายสูงสุด
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิตยอดขายภายในประเทศและการส่งออกรถยนต์ของประเทศในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2569 โดยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 40,907 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา 15.04% ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 11,171 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 0.21% รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีปริมาณการขาย 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72% จากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และรถ PPV มีปริมาณการขาย 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โตโยต้า มียอดขายสะสมห้าเดือนแรก 99,130 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39% เติบโต 4.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 31,521 คัน เติบโต 7.60% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 29,918 คัน เติบโต 26.13% จากปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะในดือนเดือนพฤษภาคม โตโยต้ามียอดขาย 19,950 คัน เพิ่มขึ้น 3.90% จากปีที่ผ่านมา นำโดยรถยนต์กลุ่ม Pure Pick up มียอดขาย 6,327 คัน เพิ่มขึ้น 13.98% จากปีที่ผ่านมา และ รถ PPV มียอดขาย 1,577 คัน เพิ่มขึ้น 21.21% จากปีที่ผ่านมา
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน ว่า ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายนคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) และราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงกลับมาอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม หากแต่ผู้บริโภคยังคงกังวลกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ภาคประชาชนอาจจะระมัดระวังการใช้จ่ายและชะลอการตัดสินใจซื้อ
สำหรับโตโยต้า ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39% ตลาดรวมในกลุ่ม Pure Pick up จะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ Toyota Hilux สามารถคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายเฉลี่ย 6,300 คันต่อเดือน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้กลุ่ม Eco Segment มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดย Yaris ATIV รุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้ของโตโยต้า ทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คันต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคมที่ผ่านมา
สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง (PC) และรถยนต์ SUV มีทิศทางฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Yaris Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 2,900 คันต่อเดือน และ Corolla Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 1,400 คันต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาด และรักษาแรงขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ตอกย้ำว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่นในโตโยต้า ทำให้สามารถรักษาสถานะผู้นำในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างมั่นคง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี