วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย (HSA) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงแรม ให้ทันสมัย ลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่พัก เปิดทางให้ที่พักขนาดเล็กเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น
นางสาวนรี สุเนต์ตา นายกสมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย (HSA) เปิดเผยว่า สมาคมฯในฐานะตัวแทนของโฮสเทล โรงแรมบูติก เกสต์เฮาส์ และโฮมสเตย์ทั่วประเทศ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ผ่านการเสริมสร้างเอกลักษณ์ท้องถิ่นและประสบการณ์ทางวัฒนธรรม และการยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
โดยพร้อมกันนี้เรียกร้องให้มีการเร่งปรับปรุงกฎหมายและระบบอนุญาต เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็กให้เข้าสู่ระบบได้สะดวกขึ้น ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจที่พักขนาดเล็กคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของจำนวนที่พักนักท่องเที่ยวในประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างงาน สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองรองและพื้นที่ท่องเที่ยวในชุมชนต่างๆ โดยผู้ประกอบการกลุ่มนี้ถือเป็นผู้ให้บริการที่พักหลักในพื้นที่ที่ยังไม่มีโรงแรมขนาดใหญ่ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชุมชน
สำหรับสาระสำคัญในหนังสือ ระบุว่า 1.ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ซึ่งสมาคมฯเสนอให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงแรมให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ท้องถิ่น การเข้าพักระยะยาว และกลุ่มนักท่องเที่ยว Work from Anywhere ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่ากฎหมายควรเปิดทางให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้มากขึ้น
2.ลดขั้นตอนใบอนุญาตและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการรายย่อย โดยสมาคมฯเรียกร้องให้ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่พัก เพื่อช่วยลดภาระด้านเวลาและต้นทุนของผู้ประกอบการขนาดเล็ก พร้อมผลักดันให้การเข้าสู่ระบบกฎหมายมีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการอยู่นอกระบบและเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
3.ระบบใบอนุญาตแบบแบ่งระดับตามขนาดและความเสี่ยง ถือเป็นอีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญที่สมาคมฯเสนอ คือการจัดทำระบบกำกับดูแลแบบ “แบ่งระดับตามขนาดกิจการและความเสี่ยง” โดยให้ที่พักขนาดเล็กสามารถใช้กระบวนการลงทะเบียนที่ง่ายขึ้น ขณะที่ธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ยังคงต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานและขั้นตอนที่เข้มงวดตามเดิม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมธุรกิจและการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะด้านการป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
ทั้งนี้โครงสร้างกฎหมายปัจจุบันยังสะท้อนการออกแบบที่เอื้อต่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก เช่น โฮสเทล เกสต์เฮาส์ โฮมสเตย์ และที่พักในชุมชนหรืออาคารเก่า ต้องเผชิญข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบ แม้จะมีบทบาทสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวในเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ
“การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำด้านกฎระเบียบระหว่างธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พร้อมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว”นางสาวนรี กล่าว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี