วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม รอบ 32 ทีมสุดท้าย เริ่มในเวลา 01.00 น. ที่สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดี้ยม ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา “จิงโจ้” ออสเตรเลีย จากดินแดนดาวน์อันเดอร์ จะพบกับ “นักรบฟาโรห์” อียิปต์ จากอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์
ออสเตรเลีย ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะ ตุรกี 2-0 ก่อนจะพ่ายให้เจ้าภาพร่วมสหรัฐอเมริกาด้วยสกอร์เดียวกัน และเสมอกับ ปารากวัย 0-0 มี 4 คะแนน เข้ารอบมาได้ในฐานะอันดับของกลุ่มดี ทีมของ โทนี่ โปโปวิช เจอปัญหาหมดสิทธิ์ใช้งาน จาค็อบ อิตาเลียโน่ วิงแบ็กฝั่งขวาและแมทธิว เลคกี้ ตัวรุกริมเส้น บาดเจ็บถอนตัวไปแล้ว ทำให้อาจต้องโยก จอร์แดน บอช ปกติเป็นวิงซ้ายมาอยู่ทางขวา และส่งตัวเก๋าอย่าง อาซิซ เบฮิชห์ ลงสนาม ตรงกลาง ไอเดน โอนีล กับ พอล โอคอน-เองส์ตเลอร์ ดีอยู่แล้ว ถ้าเน้นแพ็คกลางให้แน่น อาจจะส่ง แจ็คสัน เออร์ไวน์ ลงมาอีกคน ทิ้ง คอนนอร์ เมตคาล์ฟ และเนสตอรี่ อิรันคุนด้า ไว้เล่นเกมสวนกลับ
ทางฝั่ง อียิปต์ ผลงานรอบแบ่งกลุ่ม ออกตัวด้วยการเสมอ เบลเยียม 1-1, ชนะ นิวซีแลนด์ 3-1 และเสมอกับ อิหร่าน 1-1 เข้ามาเป็นอันดับ 2 กลุ่มจี มี 5 คะแนน เท่ากับ เบลเยียม แต่ผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง ถือเป็นการคว้าชัยและเข้ารอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ฮอสซัม ฮัสซัน เจอปัญหาให้ต้องปวดหัว เมื่อต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน โมฮานาด ลาซีน มิดฟิลด์คนสำคัญที่ติดโทษแบน เช่นเดียวกับ แบ็กซ้ายอย่าง อาห์เหม็ด ฟาตูห์ บาดเจ็บชวดแน่นอน รวมไปถึง ฮัมดี้ ฟาธี ส่วน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกคนสำคัญ และคู่เซนเตอร์ตัวจริงโมฮาเหม็ด อับเดลโมเนม และฮอสซัม อับเดลมากิด ต้องรอทดสอบความฟิต ทำให้ มาห์มู้ด ซาเบอร์ จะลงคุมแดนกลางร่วมกับ มาร์วาน อัตเตีย โดยมี คาริม ฮาเฟซ ประจำการแบ็กซ้าย แนวรุกยังไงก็ต้องเข็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงเล่นเกมรุกประสานงานกับ อิมาม อาชูร์ และมอสตาฟา ซิโก้ โดยมี โอมาร์ มาร์มูช ยืนหน้าเป้า สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 2 ครั้งเป็นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด อียิปต์ ไม่แพ้เลย ชนะ 1 และเสมอ 1
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
ออสเตรเลีย (3-4-2-1) : แพทริค บีช, อเลสซานโดร ชีร์คาติ, แฮร์รี่ ซุตตาร์, ลูคัส แฮร์ริงตัน, จอร์แดน บอช, พอล โอคอน-เองส์ตเลอร์, ไอเดน โอนีล, อาซิซ เบฮิชห์, คอนเนอร์ เมตคาล์ฟ, แจ็คสัน เออร์ไวน์ และเนสตอรี่ อิรันคุนด้า
อียิปต์ (4-2-3-1) : มอสตาฟา โชบีร์, โมฮาเหม็ด ฮานี่, ยาสเซอร์ อิบราฮิม, รามี่ ราเบีย, คาริม ฮาเฟซ, มาห์มู้ด ซาเบอร์, มาร์วาน อัตเตีย, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อิมาม อาชูร์, มอสตาฟา ซิโก้ และโอมาร์ มาร์มูช
สกอร์ที่คาด : อียิปต์ ชนะ 2-1
จากนั้นคู่สุดท้ายเวลา 08.30น. ช่วงเช้าของวันเสาร์ตามเวลาในประเทศไทย ฟาดแข้งกันที่สนาม แอร์โรว์เฮด สเตเดี้ยม ในเมืองแคนซัส ซิตี้ รัฐมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา “ลอส กาเฟเตรอส” โคลอมเบีย จะดวลกับ “ดาวดำ” กาน่า
โคลอมเบีย ออกสตาร์ทด้วยการอัด อุซเบกิสถาน 3-1 ตามด้วยการเฉือน ดีอาร์ คองโก 1-0 และเสมอกับ โปรตุเกส 0-0 มี 7 คะแนน เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มเค เกมนี้ทีมของกุนซือ เนสเตอร์ ลอเรนโซ่ ไม่มีนักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบนแกนหลักอยู่กันครบ เชื่อว่าจะเล่นในระบบ 4-2-3-1 คามิโล่ วาร์กาส เฝ้าเสา มี ดาวินซอน ซานเชซ เป็นหัวใจในแนวรับ ตรงกลางวาง กุสตาโว่ ปูเอร์ต้า และเจฟเฟอร์สัน เลอร์มา เป็นตัวตัดเกม ปล่อยให้จอมทัพวัยเก๋า ฮาเมส โรดริเกซ สร้างสรรค์เกมรุกประสานงานกับ จอน อาริอาส, หลุยส์ ดิอาซ และหน้าเป้า หลุยส์ ซัวเรซ นอกจากนี้ยังมีอาวุธเด็ดจากการขึ้นมาเติมของแบ็กขวาอย่าง ดาเนี่ยล มูนญอซ
ฟากฝั่ง กาน่า เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยการบดเอาชนะ ปานามา 1-0 ได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ตามด้วยการยันเสมอ อังกฤษ 0-0 และพ่ายให้กับ โครเอเชีย 1-2 มี 4 คะแนน ยังดีพอสำหรับการผ่านเข้ารอบมาเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด เกมนี้ทีมของ คาร์ลอส เคย์รอซ เทรนเนอร์วัยเก๋า คุมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 5 ไม่มีปัญหานักเตะติดโทษแบน แต่นายด่านมือหนึ่งอย่าง ลอว์เรนซ์ อาติ ซิกี้ ยังไม่น่าจะฟิต ทำให้ เบนจามิน อาซาเร่ จะได้ลงเฝ้าเสา ตรงกลางดาวรุ่งอย่าง คาเล็บ ยีเรนกิ ที่ได้พักจะคืนตัวจริงคุมจังหวะเกมร่วมกับ โธมัส ปาร์เตย์ และควาซี่ ซิโบ ปล่อยให้ คามัลดีน ซูเลมาน่า ทำเกมรุกประสานงานกับ จอร์แดน อายิว และอองตวน เซเมนโย่
ทั้งสองทีมไม่เคยพบกันมาก่อน โคลอมเบีย พบกับทีมจากแอฟริกาในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมา 4 ครั้ง ไม่มีเสมอ ชนะ 3 แพ้ 1
ส่วน กาน่า การดวลกับทีมจากอเมริกาใต้ ถือเป็นฝันร้ายของพวกเขา 3 ครั้ง ชนะไม่ได้เลย เสมอ 1 แพ้ 2 โดยเฉพาะในปี 2010 พ่ายการดวลจุดโทษให้กับ อุรุกวัย ไปแบบเจ็บปวด
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาด
โคลอมเบีย (4-2-3-1) : คามิโล่ วาร์กาส, ดาเนี่ยล มูนญอซ, ดาวินซอน ซานเชซ, จอน ลูคูมี่, โยฮัน โมญิก้า, กุสตาโว่ ปูเอร์ต้า, เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, จอน อาริอาส, ฮาเมส โรดริเกซ, หลุยส์ ดิอาซ และหลุยส์ ซัวเรซ
กาน่า (4-3-3) : เบนจามิน อาซาเร่, มาร์วิน เซนาย่า, โยนาส อั๊ดเยเตย์, เดอร์ริค ลุคคาสเซ่น, กิเดียน เมนซาห์, โธมัส ปาร์เตย์, ควาซี่ ซิโบ, คาเล็บ ยีเรนกิ, คามัลดีน ซูเลมาน่า, จอร์แดน อายิว และอองตวน เซเมนโย่
สกอร์ที่คาด : โคลอมเบีย ชนะ 2-0
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี