วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 หรือ World Cup 2026 บนแผ่นดินอเมริกาเหนือถือว่าเป็นโลกที่ยาวนานที่สุดเพราะใช้เวลาแข่งขันเกินหนึ่งเดือนและมีเกมการดวลแข้ง 104 นัด
นี่คือความทรงจำบอลโลกอีกครั้ง ที่ถือว่าสนุกมากแม้ว่าจะง่วงมากก็ตาม!!!
๐ ฟุตบอลกลายเป็น 4 ควอเตอร์เต็มตัว เพราะมีการเบรกดื่มน้ำช่วงกลางระหว่างเกมแต่ละครึ่งเวลา แน่นอนว่าตรงนั้น ฟีฟ่า ปล่อยให้คนซื้อลิขสิทธิ์ขายของได้เยิ้ม ๆ โดยชื่อว่า กฎ Hydration break
๐ ฮาล์ฟไทม์โชว์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นัดชิง รวมเวลาพักครึ่งจากเดิม 15 นาที ไปเป็น 27 นาที 22 วินาที
๐ ครั้งแรกของ 48 ทีม รวม 104 นัด และอาจเป็นหนสุดท้ายด้วย เพราะกำลังจะเพิ่มเป็น 64 ทีม
๐ พิธีเปิดกับพิธีปิดนี่คลาสสิกดีมาก ๆ โดยเฉพาะ ชากีร่า กับ มาดอนน่า ผลัดกัน "ตึงโบ" ซึ่งพิธีเปิดตรงฮาล์ฟไทม์ โชว์ ที่โลกสรรเสริญทางลบมากกว่าบวกนั้น ยังดีที่มี “เหยินทองคำ” โรนัลโด้ เดอ ลิม่า กับ “เหยินน้อย” โรนัลดินโญ่ มาร่วมแจม นี่ทำให้การรอคอยดูเบาลงไปบ้าง
๐ นัดชิงที่จบด้วยสกอร์ 0-0 ในเวลาปกติคู่ที่ 4 ในประวัติศาสตร์ สหรัฐ-สเปน-อาร์เจนติน่า เกี่ยวดองไปหมด
ปี 1994 จัดที่อเมริกา : บราซิล ชนะจุดโทษ อิตาลี
ปี 2010 จัดที่แอฟริกาใต้ : สเปน ต่อเวลาชนะ เนเธอร์แลนด์ 1-0
ปี 2014 จัดที่บราซิล : เยอรมนี ต่อเวลาชนะ อาร์เจนติน่า 1-0
๐ นัดชิงบอลโลกปีนี้ ผมว่าอืดกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ แต่ไม่อืดเท่าปี 1994 และ 2014 อันนั้นนี่อี๊ดอืด ซึ่งสองครั้งนั้นเตะกันประดุจมาม่าต้มลืม
๐ "เคเบิ้ล ออฟ ก็อด" ก็มา แต่ไม่หนุนนำเหมือนกับ "แฮนด์ ออฟ ก็อด" แล้วก็เป็นอังกฤษ ที่มาเอี่ยวในเกมชนะ นอร์เวย์ 2-1 รอบ 8 ทีม โดย นีลันด์ นายประตูนอร์เวย์ เตะไปโดนสไปเดอร์แคม กลางสนามแล้วตกลงมาจนเป็นที่มาทำให้เสียประตู
๐ เราได้เห็น "คนป้องปาก" แล้วโดนไล่ออกคนแรกของโลก คือ มิเกล อัลเมรอน ตัวรุกปารากวัย และก็ยังมี ปิเอโร่ ฮินคาปิเอ้ ของ เอกวาดอร์ อีกราย
๐ เราได้เห็น ใครก็ไม่รู้เต็มฟีดไปหมด ที่เข้ามาจอดแจมแจะในฟุตบอลโลกหนนี้ เป็นประเพณีนิยม และสีสันอีกแบบ
๐ เราได้เห็น เม็กซิโก แพ้ในอัซเตก้า ครั้งแรกประวัติศาสตร์บอลโลก นัดที่โดน อังกฤษ เตะหล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในเกมที่มีแทบทุกอย่าง ใบแดง, จุดโทษ
๐ เรายังไม่ได้เห็น ญี่ปุ่น เข้ารอบลึกเกินกว่า 16 ทีมบอลโลก แต่เราได้เห็น เกาหลีใต้ ตกรอบแรกแล้วโดนด่าเละเกินมาตรฐานทีม สำคัญคือ ทีมจากเอเชีย ผลงานตามคำว่า ไม้ประดับ อีกที
๐ เราได้เห็นเจ้าภาพร่วมทั้ง 3 ทีมหลุดเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมพร้อมกัน ก่อนจะได้เห็น เจ้าภาพร่วงตกรอบพร้อมกันยิ่งกว่านัดกันมา ยิ่งกว่าอ่านไลน์กลุ่ม
๐ เราได้เห็น นักบอลที่โดนไล่ออกแต่ไม่โดนแบน ครั้งแรกของโลกนับตั้งแต่มีใบเหลือง-ใบแดง นั่นคือ โฟโลริน บาโลกุน นักเตะของสหรัฐอเมริกา หลังจากการยกหูถามของทั่นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า คำว่า "แบน" ในที่นี่ แกนึกว่า สหรัฐ ต้องเล่น 10 คนต้องแต่ต้นเกมหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ อเมริกา ก็แพ้สบายให้กับ เบลเยี่ยม 1-4
๐ เกมที่สนุกและตื่นเต้นที่สุด ขอเลือกมา 3 เกมคือ บราซิล ชนะ ญี่ปุ่น 2-1, อังกฤษ ชนะ เม็กซิโก 3-2 และอาร์เจนติน่า ชนะ อียิปต์ 3-2
๐ ท่าทางในการเชียร์ที่แจ้งเกิดหนนี้ก็คือ "Viking Row" หรือที่แฟนบอลเรียกสั้นๆ ว่า "Ro!" ของทีมชาตินอร์เวย์ ที่แสดงออกให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเดินเรือของประเทศ
ยิ่งนักเตะนอร์วีเจี้ยนเล่นได้ดีเท่าไหร่ เสียงเชียร์ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ฝีพายหุ่นดีอย่างนี้ต้องเชียร์
๐ เกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตั้งแต่ก่อนแข่งไปจนถึงหลังแข่ง คือ อาร์เจนติน่า ชนะ อังกฤษ
ก่อนเกมคือเรื่องในอดีต โดยเฉพาะการหยิบเรื่องสงครามฟอล์คแลนด์ จนได้ยินได้ฟังกันแบบน้ำท่วมทุ่ง ก่อนเกมจะจบลงแบบผักบุ้งโหรงเหรง 2-1 ในช่วงเวลา 20 นาทีเปลี่ยนเกม และ 7 นาที 2 ประตูของแข้งฟ้าขาว
๐ กาบูเวร์ดี้ หรือ เคปเวิร์ด ที่ชื่อก็ถูกเรียกสลับกันทั้งโลกแล้ว ยังสร้างความฮือฮาด้วยการ เข้ารอบน็อกเอาท์ และกลับบ้านโดยไม่แพ้ใครในเวลา โดยกระแสโซเชียลอย่างเดียวคือ "แชมป์ตัวจริง" ไม่เชื่อถาม โวซิงญ่า ดูได้เลย
๐ ฟากฝั่ง ทีมที่เล่นแล้วน่าผิดหวัง จนเสียเวลาทำมาหารับประทาน ยกให้ 3 ทีม คือ เช็กเกีย ที่พังแบบช่างซ่อมไม่ได้ทั้งเกียร์ออโต้หรือเกียร์กระปุก
ต่อมาคือ อุรุกวัย ที่เห็นแล้วแย่กว่าขับรถไปติดแถวอุรุพงศ์
ดูพวกอุรุกไฮ วิ่งไล่ โฟรโด้ ใน เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ยังมันส์ซะกว่า
พลาดไม่ได้คือ ตุรกี อันนี้มาซะเนียน สุดท้ายฟอร์มอ่อนแอ ป้อแป้และแพ้แสงมาก ๆ
๐ ทีมที่โดนด่ามากจนน่าตกใจคือ ปารากวัย ที่ไม่ได้เล่นอ่อนไหวแบบ ปลารากกล้วย พวกเขาไล่เตะ ฝรั่งเศส จนอ่วมอรทัย สุดท้าย "ไก่ตายบินได้" ตีปีกชนะ 1-0 ในรอบ 16 ทีม
นี่แหล่ะบอลสไตล์ท้าทายพญาธิของจริงของโลก....อย่างดิบฮะ
๐ สอดคล้องกับวิธีการต่าง ๆ หลายทีม(อาทิ ปารากวัย, อาร์เจนติน่า) ฟุตบอลเป็นธรรมชาตินิยม กลับมาอีกครั้ง ไม่ได้เป็นระบบเหมือนกับ "บอลบอท" เหมือนกับบอลโลก 2 สมัยที่ผ่านมา การงัดเอาความเป็นบอลพื้นฐานของแต่ละชาติมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
๐ เราได้เห็นนัดชิงที่เหมือนกับ ไล่ต้อนข้างเดียว อันนี้อาจจะไม่โทษ อาร์เจนติน่า แต่ต้องยกให้ความเก่งของ สเปน ที่เล่นงานสองทีมระดับท็อป ทั้ง ฟ้าขาว และฝรั่งเศส จนไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว
บทสรุปจะสุด ๆ อะไรจะขนาดนี้ เราอยู่ในโลกที่ฟุตบอลเป็นของ "มาธาดอร์"
-สเปนเป็นแชมป์โลกชายในปัจจุบัน
-สเปนเป็นแชมป์โลกหญิงในปัจจุบัน
-สเปนเป็นแชมป์ยุโรปในปัจจุบัน
-สเปนเป็นแชมป์โอลิมปิกในปัจจุบัน
-สเปนทำลายสถิติประวัติศาสตร์ไม่แพ้ใคร 38 นัดอย่างเป็นทางการ
-สเปนเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์โลกโดยเสียประตูเพียงประตูเดียวตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์
สุดท้ายเราได้เห็นการตะลุมบอนหลังเกมอีกทีของพวกเขาอาร์เจนไตน์ และฉากจบที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ยอมลงมาจากปะรำพิธี อยากจะมีส่วนร่วมตามสภาพ
แล้วสภาพก็อย่างที่เห็นครับ คุณผู้โชมมมมมมมม์
#บีแหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี