วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จับมือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกเปิดตัวโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” อย่างเป็นทางการเพื่อสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้สามารถปรับตัวและใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้อย่างเต็มศักยภาพ ท่ามกลางบริบทกติกาการค้าโลกใหม่ที่ผันผวนและเน้นย้ำเรื่องความยั่งยืน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” ว่า โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพและขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยในการส่งออกด้วยการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การขับเคลื่อนโครงการนี้ อยู่ภายใต้แนวคิด “From FTA Fast Track to SMEs Smart Trade” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกของกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อสร้างผลสำเร็จที่รวดเร็วและยั่งยืนตามนโยบายสร้างสมดุลการส่งออกผ่านการบุกตลาด FTA ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านผู้ประกอบการไทย ให้เป็น Smart Traders ในบริบทการค้ายุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยกฎระเบียบที่ซับซ้อนและความยั่งยืน มุ่งเป้าสู่ 3 ตลาดศักยภาพสูง ได้แก่ อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการสินค้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมฯ ตั้งเป้าหมายว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างมูลค่าการส่งออกจากการใช้สิทธิประโยชน์ FTA สู่ตลาดเป้าหมายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท
สำหรับไฮไลต์สำคัญในงานวันนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายและวางกลยุทธ์ให้กับผู้ประกอบการไทย อาทิ ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "FTA Fast Track" โดย นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อชี้ทิศทางยุทธศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ FTA เป็นทางลัดสู่เวทีโลก พร้อมเวทีเสวนาพิเศษ หัวข้อ "ทลายกำแพงการค้า ยกระดับ SMEs ไทย ด้วยทางด่วน FTA" โดยผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ได้แก่ นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ นายบีไยกุมาร ปานเดย์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน FTA การตลาดและการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ ในกลุ่มตลาดอินเดีย ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและนายกสมาคมการค้าอนาคตไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมคู่ขนานที่เปิดให้คำปรึกษาเชิงลึกและการรับสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับผู้ประกอบการที่มาร่วมงาน เจาะลึก 3 ตลาดเป้าหมายและโอกาสทองของ SMEs ไทยจากความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA (สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์) ซึ่งเป็น FTA ฉบับใหม่ที่ใช้ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) ขณะที่ FTA อาเซียน-อินเดีย กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนยกระดับเพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนเอกสาร
นางอารดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศ และอยู่ระหว่างเร่งผลักดันให้มีผลบังคับใช้เพิ่มอีก 3 ฉบับ ได้แก่ ไทย-EFTA, ไทย-ศรีลังกา และไทย-ภูฏาน ภายในปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้ไทยมี FTA รวมทั้งสิ้น 17 ฉบับ ครอบคลุม 24 ประเทศทั่วโลก กรมการค้าต่างประเทศ และ สสว. จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ไทย ก้าวเข้าสู่โครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” เพื่อใช้ทางด่วนสายพิเศษ “FTA Fast Track” ในการยกระดับธุรกิจสู่การเป็น Smart Traders ที่เติบโตในเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจของ SMEs ไทย ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Fast Track ด้านต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี Fast Track ด้านการตลาดและสื่อดิจิทัลระดับสากล Fast Trackด้านเครือข่ายและการเข้าสู่ตลาดจริง (Business Matching)
“โลกการค้ายุคใหม่ไม่มีพื้นที่สำหรับการหยุดนิ่ง ต้องพลิกโฉมจากผู้ค้าแบบเดิม ๆ สู่การเป็น Smart Trader ที่เท่าทันกติกาโลก และรู้จักใช้ประโยชน์จาก FTA มาลดต้นทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน วันนี้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานพันธมิตรได้เตรียมทางด่วนสายพิเศษนี้ไว้พร้อมแล้ว กรมการค้าต่างประเทศเชื่อมั่นว่าสินค้าไทย มีศักยภาพไม่แพ้ใคร และสามารถเติบโตบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม มั่นคง และยั่งยืนไปด้วยกัน” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวทิ้งท้าย
กรมการค้าต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs และผู้ที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” เพื่อรับการติวเข้มและร่วมคณะเดินทางไปเจรจาธุรกิจในต่างประเทศได้ฟรี โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ boostupfta.com และช่องทางสายด่วนของโครงการ โทร 090-699-0239 (กลุ่มตลาดนอร์เวย์) 090-655-0974 (กลุ่มตลาดสวิตเซอร์แลนด์) 090-699-0642 (กลุ่มตลาดอินเดีย) 063-543-4745 (กลุ่มตลาดอินเดีย)
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี