542.jpg
คต. ร่วมวง AFSRB หารือสถานการณ์อาหารอาเซียน หนุนภูมิภาครับมือกระแสความผันผวนอาหารโลก

คต. ร่วมวง AFSRB หารือสถานการณ์อาหารอาเซียน หนุนภูมิภาครับมือกระแสความผันผวนอาหารโลก

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 46 แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สินค้าอาหารสำคัญ และหารือแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน


นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 46 (ASEAN Food Security Reserve Board: AFSRB) ระหว่างวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2569 ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สินค้าเกษตรเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง และน้ำตาล ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน และผู้แทนจากกรอบความร่วมมือด้านอาหารที่เกี่ยวข้อง


 

การประชุม AFSRB ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนยังให้ความสำคัญกับการรักษาระดับอุปทานและปริมาณสำรองอาหาร โดยเฉพาะข้าว อาทิ ฟิลิปปินส์คาดว่าการนำเข้าข้าวในปี 2569 จะเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการบริโภคภายในประเทศ และป้องกันความขาดแคลนจากสถานการณ์ภัยแล้ง ขณะที่มาเลเซียยังคงผลิตข้าวได้เพียงร้อยละ 53 ของความต้องการ สะท้อนช่องว่างด้านอุปทานข้าวและความจำเป็นที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของไทย ผู้แทนกรมฯ ได้ร่วมให้ข้อมูลสถานการณ์สินค้าเกษตรต่อที่ประชุม พร้อมชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการผลิตที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง การรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และได้แสดงความพร้อมในการเป็นแหล่งอุปทานที่มั่นคงของภูมิภาค

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมอาเซียนยังสามารถผลิตข้าวและน้ำตาลที่เพียงพอต่อการบริโภคและการส่งออกไปทั่วโลก แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวโพดจากนอกภูมิภาคเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ และการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ตระหนักถึงการติดตามปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เช่น เอลนีโญ ต้นทุนปุ๋ย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ รวมถึงมาตรการทางการค้า ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อราคา ปริมาณอาหาร และระบบเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า


กรอบ AFSRB เป็นเวทีเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับกรอบสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve: APTERR) และกรอบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงอาหารอาเซียน (ASEAN Food Security Information System: AFSIS) โดยมีการรายงานข้อมูลว่า APTERR มีปริมาณข้าวสำรองฉุกเฉินรวม 787,000 ตัน และในช่วงปี 2568 – 2569 ได้สนับสนุนข้าวช่วยเหลือแล้วกว่า 14,903 ตัน แก่ประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน ครอบคลุมผู้ได้รับประโยชน์เกือบ 2 ล้านคน อาทิ สปป.ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และไทย โดยล่าสุดจีนได้บริจาคข้าวจำนวน 350 ตัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำความช่วยเหลือไปให้ถึงผู้ประสบภัยโดยเร็ว ส่วน AFSIS มีบทบาทสำคัญในการติดตาม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญของภูมิภาค โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการ AFSIS GIS (2568 – 2571) ซึ่งนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มาใช้ประเมินสภาพอากาศเกษตรและพื้นที่เพาะปลูกข้าว ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการกับญี่ปุ่น พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากเกาหลีใต้ในการพัฒนาระบบข้อมูลความมั่นคงอาหารแบบเรียลไทม์และการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพื่อสนับสนุนระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการตัดสินใจเชิงนโยบาย


นางอารดาฯ ทิ้งท้ายว่า กลไกของ AFSRB มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นเวทีที่ทำให้ประเทศสมาชิกรับทราบสถานการณ์อาหารและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคอย่างทันท่วงที การเชื่อมโยงกับเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งสถาบันการเงินและสถาบันวิชาการ ตลอดจนการบูรณาการระหว่างภาคการพาณิชย์และภาคการเกษตร ล้วนทำให้ความร่วมมือด้านอาหารของอาเซียนเป็นการทำงานที่ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ และสามารถขยายผลไปสู่การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อสถานการณ์ในทางปฏิบัติ อันจะช่วยสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน โดยในปีหน้าการประชุม AFSRB ครั้งที่ 47 จะจัดขึ้นโดยมีฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top