วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
นายพีรวัส หาญศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รูมเควสท์ โฮเท็ลส์ จำกัด กล่าวว่า แม้ปีนี้ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ และการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซัน แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถควบคุมได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และลงทุนในเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับการให้บริการ ขณะเดียวกัน เรายังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการใหม่ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งในระยะยาว
โดยในช่วงครึ่งปีแรก ธุรกิจโรงแรมและที่พักของรูมเควสท์ยังคงรักษาระดับการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในไตรมาสที่ 2 จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันของการท่องเที่ยว ประกอบกับปัจจัยภายนอกอย่างผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางของนักท่องเที่ยว แต่รูมเควสท์ยังสามารถรักษาอัตราการเข้าพักของโรงแรมในเครือทั่วประเทศไว้ได้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของตลาดที่ราว 40-50%
ขณะเดียวกัน บริษัทมองว่าการที่ภาครัฐเดินหน้ายกระดับคุณภาพนักท่องเที่ยว และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจไม่ถูกต้อง จะช่วยสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น และเอื้อต่อผู้ประกอบการไทยในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดในช่วงไฮซีซันที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีด้วย โดยเฉพาะการเตรียมเปิดโรงแรมรูมเควสท์แห่งใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ ที่รัชดา ซอย 20 กลางเมืองเชียงใหม่บริเวณท่าแพ และในย่านเมืองเก่าของจังหวัดภูเก็ต
สำหรับภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “ออบเซียน เทคโนโลจีส์” ด้วยเป้าหมายในการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจในยุคดิจิทัล และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมบริการและธุรกิจในอนาคต “อาร์คิว ออบเซียน” (RQ Opsian) โดยนายแพทริค เนบา แฟบส์ เช ประธานกรรมการบริหารและพันธมิตรด้าน เอไอทรานส์ฟอร์เมชันในสหรัฐอเมริกา ใช้ระบบนิเวศเอไอยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ โดยระบบกำลังอยู่ในช่วงทดสอบขั้นสุดท้าย หลังใช้เวลาพัฒนาและตรวจสอบความเสถียรอย่างต่อเนื่อง ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการภายในปีนี้
ระบบนิเวศเอไอของอาร์คิว ออบเซียนสามารถรองรับการเช็กอินอัตโนมัติ (Auto Check-in) ที่เชื่อมต่อกับระบบตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้การเช็กอินเป็นไปอย่างสะดวกและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมนำเอไอมาช่วยด้านการตลาด วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยบริษัทระบุว่า ระบบเช็กอินอัตโนมัติเป็นเพียงหนึ่งในฟังก์ชันของแพลตฟอร์มเอไอที่กำลังพัฒนา เบื้องหลังยังมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเอไออีกหลายด้านที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งด้านการตลาด การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ระบบอัตโนมัติสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจ และเครื่องมืออัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นายพีรวัส กล่าวว่า นอกจากธุรกิจโรงแรมแล้ว รูมเควสท์ยังเดินหน้าขยายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์บนเกาะสมุย ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 1,200 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “เทวา” (Theva) ซึ่งบริษัทตั้งใจผลักดันให้เป็นแบรนด์ไทยในตลาดระดับพรีเมียม
.jpg)
ปัจจุบัน ภายใต้แบรนด์ “เทวา” บริษัทมีโรงแรมรูมเควสท์ เทวา รีวอร์ต เกาะสมุย (RoomQuest THEVA Resort Koh Samui) ที่เปิดให้บริการเป็นแห่งแรกได้ราว 2 ปี และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมด้วยโมเดลธุรกิจแบบไฮบริดระหว่างอีก 3 โครงการที่มีกำหนดเปิดขายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ได้แก่
-“เทวา ดารา” (THEVA Dara) โครงการพูลวิลล่า 1 ห้องนอน ที่มีเพียง 7 ยูนิต สร้างอยู่ภายในพื้นที่เดียวกันกับโรงแรมรูมเควสท์ เทวา รีวอร์ต เกาะสมุย ซึ่งตั้งอยู่ในย่านหน้าทอน ติดกับทั้งส่วนของโอลด์ทาวน์เกาะสมุย และอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือและชายหาด พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการเป็นเจ้าของพูลวิลล่าระดับลักชัวรี พร้อมระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร ราคาเริ่มต้นประมาณ 6.5-8.5 ล้านบาท
-“เทวา ฮอไรซอน พูล วิลล่า” (THEVA Horizon Pool Villa) โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีที่นำองค์ความรู้จากธุรกิจโรงแรมมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเพียง 16 ยูนิต บนโลเคชันติดกับหาดลิปะน้อยที่งดงาม สงบเงียบ และมีความเป็นส่วนตัว มูลค่าเริ่มต้นราว 15 ล้านบาท/ยูนิต
-“เทวา อัสกายา” (THEVA Askaya) โครงการไฮบริดที่มีทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว และห้องพักแบบพูลวิลล่าเพื่อการลงทุน ตั้งอยู่ในย่านละไม หนึ่งในทำเลท่องเที่ยวสำคัญบนชายฝั่งตะวันออกของเกาะสมุย ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวและผู้พักอาศัยระยะยาว และมีศักยภาพสำหรับการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรี โดยพูลวิลล่ามีราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท
นายพีรวัส กล่าวว่า ทุกโครงการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมรูมเควสท์ หรือโครงการแบบไฮบริดภายใต้แบรนด์ “เทวา” ล้วนให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งการออกแบบ การก่อสร้าง และการตรวจสอบโดยวิศวกรและที่ปรึกษาโครงการ โดยยึดหลักไม่ประนีประนอมกับความเสี่ยง ดังเช่นกรณีการตัดสินใจปิด “2499 โรงแรมเฮอริเทจ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพ โดยรูมเควสท์” ในย่านเยาวราช หลังได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แม้จะเป็นสาขาที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงตลอดทั้งปีและมีสัญญาเช่าระยะยาว ส่วนตัวอาคารก็สามารถซ่อมแซมและกลับมาเปิดให้บริการได้ตามหลักวิศวกรรม แต่บริษัทเลือกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ทั้งนี้ รูมเควสท์มองว่า โมเดล Hybrid Hospitality & Property ซึ่งผสานธุรกิจโรงแรมเข้ากับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของบริษัท โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงแรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แบรนด์ “เทวา” ที่บริษัทตั้งใจพัฒนาให้เป็นแบรนด์ไทยระดับพรีเมียม พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุน ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในเวทีสากล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี