วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศ (DFT) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวโครงการ “สร้างเครือข่ายความร่วมมือผู้ประกอบการ SMEs ให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ Local to Global หรือ DFT+” เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย.ห้พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ โดยมีผู้บริหารองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs กว่า 200 ราย เข้าร่วมพิธีเปิด ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการ Local to Global หรือ DFT+ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. ประจำปีงบประมาณ 2569 และเป็นกลไกสำคัญของกรมฯในการขับเคลื่อนนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายโอกาสทางการค้าและผลักดันสู่ตลาดโลก
ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นกว่า 99% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ สร้างการจ้างงานกว่า 13.65 ล้านคน หรือ 69% ของการจ้างงานทั้งหมด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 35% ของ GDP และมีมูลค่าการส่งออกกว่า 1.38 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจาก สสว.) สะท้อนให้เห็นว่า SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตามภายใต้บริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง กฎระเบียบการค้าที่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ ความเข้าใจกติกาการค้า การใช้ประโยชน์จาก FTA การเข้าถึงโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ
โดยโครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ YEN-D และ BenF สู่การสร้างแพลตฟอร์มการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “DFT+ บวกโอกาสให้ SMEs ไทย”ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การอบรมเชิงลึก การสร้างเครือข่ายและศึกษาศักยภาพด้านการค้าและการลงทุน ณ จังหวัดสงขลา และปิดท้ายด้วยกิจกรรมศึกษาตลาดและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผ่านการเข้าร่วมงาน HKTDC Food Expo PRO 2026 การพบปะองค์กรการค้าระหว่างประเทศ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการสร้างโอกาสขยายตลาดส่งออก
"SMEs ไทยมีศักยภาพและมีสินค้าที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก แต่ในโลกการค้ายุคใหม่ การมีสินค้าที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการต้องมีองค์ความรู้ เข้าใจกฎระเบียบการค้า ใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มที่ รู้เท่าทันเทคโนโลยี มีเครือข่ายพันธมิตร และเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจที่แท้จริง DFT+ จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการอบรม แต่เป็นการ 'บวกความรู้ บวกเครือข่าย บวกโอกาส และบวกความมั่นใจ' เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตจาก Local สู่ Global ได้อย่างเป็นรูปธรรม กรมการค้าต่างประเทศพร้อมเป็นพันธมิตรที่อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกก้าวของการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก" นางอารดา กล่าว
ทั้งนี้โครงการ DFT+ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ไทย 80 ราย จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ อาหารและเกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าไลฟ์สไตล์ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญด้านการค้าระหว่างประเทศ อาทิ BOI กรมศุลกากร EXIM Bank สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางการค้าและรายได้ พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี