วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (13–17 กรกฎาคม 2569) ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.32 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.16-33.54 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 14 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนและยูโร
ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว สร้างความปั่นป่วนอีกครั้งให้กับบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งขึ้นตามราคาพลังงาน
อย่างไรก็ดีในภายหลังตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวขึ้น ขณะที่การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบเริ่มชะลอลง โดยรวมแล้ว ตลาดการเงินดูเหมือนจะกังวลน้อยลงต่อความเสี่ยงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรง แม้ว่าจะไม่สามารถตัดความเสี่ยงของการกลับมาปะทะกันระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านได้ทั้งหมด แต่ตลาดพยายามปรับตัวและรับมือกับข่าวสารด้านภูมิรัฐศาสตร์จากภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 15,731 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรสุทธิ 22,728 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ และการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ทางด้านเงินเยนได้แรงหนุนหลังกระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะให้กองทุนบำเหน็จบำนาญต่างๆ เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินในประเทศญี่ปุ่น ความเห็นดังกล่าวเป็นพัฒนาการที่มีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายลักษณะนี้ต้องใช้เวลาในการส่งผ่านสู่พฤติกรรมการลงทุนจริง ประเด็นหลักในช่วงนี้จึงยังคงอยู่ที่มุมมองของตลาดที่มีต่อทิศทางนโยบายการเงินของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่น
สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมิถุนายนของไทยเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดที่ 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ที่ 1-3% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหารสดอยู่ที่ 1.23% สูงเกินคาด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวว่าดอกเบี้ยนโยบายจะสูงขึ้นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติและขยายตัวได้ใกล้ศักยภาพที่อย่างน้อย 2.7% เป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยระบุว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี