วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและศักยภาพของมนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกว่า 12.5 ล้านคน หรือประมาณ 30% ของตลาดแรงงานทั้งหมด โดยมีสาเหตุหลักจากภาระดูแลครอบครัว ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่กระทบต่อสถานะทางการเงิน
ทั้งนี้ทีทีบีเชื่อว่าการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนต้องทำมากกว่าการปรับลดภาระหนี้ แต่ต้องช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีวินัยทางการเงินและสามารถบริหารจัดการการเงินได้ด้วยตนเองในระยะยาว ทีทีบีจึงเดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ผ่านโมเดลการแก้หนี้ที่ผสานการปรับโครงสร้างหนี้เข้ากับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงิน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการช่วยเหลือและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนให้กับลูกหนี้อย่างแท้จริง
โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือโครงการ “โค้ชปลดหนี้” ซึ่งได้นำร่องทดลองกับพนักงานทีทีบีมาแล้ว เริ่มต้นจากการตรวจสุขภาพทางการเงินผ่าน ttb financial health check เพื่อประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงินของแต่ละบุคคล และออกแบบแนวทางช่วยเหลือให้สอดคล้องกับระดับปัญหาหนี้ของแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มสีเขียว (มีสถานะทางการเงินแข็งแรง) กลุ่มสีเหลือง (เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง) กลุ่มสีส้ม(กำลังเผชิญภาระหนี้และสภาพคล่องติดลบ) กลุ่มสีแดง(อยู่ในภาวะวิกฤตทางการเงินและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ) เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุด ปัจจุบันได้ขยายโครงการไปยังกลุ่มองค์กรพันธมิตร มีพนักงานเข้ารับการตรวจสุขภาพทางการเงินรวมกว่า 144,000 คน พบว่า เป็นกลุ่มสีเขียว 53% กลุ่มสีแดง 3% กลุ่มสีเหลือง 31% และกลุ่มสีส้ม 13%
ทั้งนี้การแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีผู้ให้คำปรึกษา ทีมีบีจึงได้สร้าง “โค้ชปลดหนี้” ซึ่งเป็นอาสาสมัครจากพนักงานทีทีบีที่มีความรู้ด้านการเงินและมีสุขภาพทางการเงินอยู่ในระดับดี (กลุ่มสีเขียว) โดยทุกคนต้องผ่านการคัดเลือก การสอบวัดความรู้ และการอบรมหลักสูตรเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้คำปรึกษาอย่างมีมาตรฐาน ปัจจุบันมีโค้ชกว่า 110 คน ให้คำปรึกษาพนักงานแล้วมากกว่า 560 เคส ช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น และผลสำรวจพบว่า 56% สามารถกลับมามีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวกได้อีกครั้งภายใน 1 ปีหลังจากได้รับคำปรึกษาจากโค้ช โดยตั้งเป้าขยายความช่วยเหลือรวม 1,000 เคส ภายในปี 2569 พร้อมวางแผนต่อยอดโมเดล “โค้ชปลดหนี้”สู่เครือข่ายองค์กรพันธมิตร เพื่อร่วมกันยกระดับสุขภาพทางการเงินของพนักงานในวงกว้าง
นอกจากนี้ต้นปี 2569 ทีทีบีได้นำแนวคิด Risk-based Pricing มาเป็นกลไกในการพิจารณาดอกเบี้ยสินเชื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อแก่ลูกค้าแต่ละรายอย่างเหมาะสมตามวินัยทางการเงิน ผ่านสินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก ปัจจุบัน อนุมัติสินเชื่อด้วยวงเงินกว่า 4,100 ล้านบาท แบ่งเบาภาระดอกเบี้ยแก่ลูกค้ากว่า 650 ล้านบาท ที่สำคัญช่วยให้ลูกค้าได้รับดอกเบี้ยถูกลงเฉลี่ยถึง 5% ต่อปี และทีทีบีตรียมขยายการใช้แนวคิด Risk-based Pricing ไปยังสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ในเดือนสิงหาคม 2569 และบัตรกดเงินสดทีทีบีแฟลช ในช่วงปลายปี
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีทีบีได้ให้การช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สินเชื่อรวบหนี้สำหรับคนมีบ้าน คนมีรถ รวมถึงคนไม่มีหลักประกัน กว่า 77,700 บัญชี วงเงินสินเชื่อกว่า 21,500 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยแก่ลูกค้ากว่า 3,100 ล้านบาท และยังมีสินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ ที่มอบสิทธิประโยชน์สำหรับพนักงานที่รับบัญชีเงินเดือนทีทีบี โดยมีองค์กรที่ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) 1,700 บริษัท วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการผ่อนดีมีรางวัล ด้วยข้อเสนอและสิทธิพิเศษ อาทิ ข้อเสนอรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือส่วนลดดอกเบี้ย ด้วยวงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยแก่ลูกค้าไปแล้วกว่า 305 ล้านบาท”นายฐากร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี