วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Mr. Sakchai Peechapat, Group Chief Executive, TISCO Financial Group Public Company Limited) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 3,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักในหลายด้าน ทั้งธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และธุรกิจตลาดทุน สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ระหว่างไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานในตลาดโลก แต่กลุ่มทิสโก้ยังสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างรอบคอบและรักษาระดับผลการดำเนินงานให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากตลาดรถยนต์ในประเทศที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศโดยรวมขยายตัวถึง 14% และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทให้เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น ด้วยยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ของทิสโก้โตกว่า 23% และยังส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโตขึ้นตามมา นอกจากนี้ การฟื้นตัวของตลาดทุนและบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาคึกคักกว่าปีก่อน ยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจจัดการกองทุน และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของกลุ่มทิสโก้ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้ว่าลูกค้าบางส่วนจะยังคงได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง แต่ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างมีวินัย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐผ่านโครงการ SMEs Credit Boost และโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ซึ่งร่วมกันดำเนินมาตรการที่ตอบโจทย์และตรงจุด มีส่วนช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้และเสริมสภาพคล่องให้แก่ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้บริษัทยังคงสามารถรักษาคุณภาพสินเชื่อและระดับเงินสำรองให้อยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง
นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มทิสโก้จะยังคงยึดแนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพมากกว่าการเร่งขยายธุรกิจ โดยจะดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงเหมาะสม ควบคู่กับการติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังมีอยู่ในระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
“ในฐานะ Your Trusted Financial Advisor ทิสโก้ยังคงมุ่งสร้างโอกาสและความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกค้าในทุกกลุ่ม ผ่านการให้คำปรึกษา การปรับโครงสร้างหนี้ และการสนับสนุนสภาพคล่องแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรักษาระดับเงินสำรองกองทุนให้แข็งแรง เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางกลยุทธ์ “3A: Assistant Tools, Automation, Agentic AI” เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตและสร้างความยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย” นายศักดิ์ชัยกล่าว
สรุปผลประกอบการสำหรับงวดครึ่งปีแรก และไตรมาส 2 ของปี 2569
ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้งวดครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 3,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 จากการฟื้นตัวของรายได้รวมจากการดำเนินงาน ประกอบด้วยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4.7% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 16.4% จากทุกธุรกิจหลัก ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) เพิ่มขึ้น 11.3% ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ด้านภาวะตลาดทุนฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กลับมาขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นจากการเติบโตธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและธุรกิจกองทุนรวม ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.1% โดยยังคงดำเนินการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) อยู่ที่ 1.1% ของสินเชื่อเฉลี่ย ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) อยู่ที่ 16.3%
สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทงวดไตรมาส 2 ของปี 2569 มีจำนวน 1,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากไตรมาส 2 ของปีก่อนหน้า จากรายได้รวมจากการดำเนินงานที่เติบโต ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.9% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.3% เป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจจัดการกองทุน ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 6.9% ส่วนสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 0.9% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ควบคุมได้ดีและระดับสำรองที่เพียงพอ ครอบคลุมความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน 235,803 ล้านบาท ทรงตัวจากสิ้นปี 2568 โดย สินเชื่อเช่าซื้อเติบโต 2.2% จากสินเชื่อรถใหม่เป็นหลัก สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ประกอบกับส่วนแบ่งตลาดของธนาคารทิสโก้ขยายตัวมาอยู่ที่ 6.7% อย่างไรก็ดี การขยายตัวดังกล่าวถูกหักล้างด้วยการลดลงของสินเชื่อธุรกิจ จากการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ และการชะลอตัวของสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งบริษัทยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 2.12% ของสินเชื่อรวม อยู่ในระดับใกล้เคียงจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 190%
ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.6% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.2% และ 2.5% ตามลำดับ
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี