542.jpg
ZTE จับมือ AIS อัปเกรด Backbone Network สำหรับภาครัฐและองค์กรธุรกิจ มุ่งเสริมรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้แกร่งยิ่งขึ้น

ZTE จับมือ AIS อัปเกรด Backbone Network สำหรับภาครัฐและองค์กรธุรกิจ มุ่งเสริมรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้แกร่งยิ่งขึ้น

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.
Tag : AIS ZTE

ZTE จับมือ AIS อัปเกรด Backbone Network สำหรับภาครัฐและองค์กรธุรกิจ มุ่งเสริมรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้แกร่งยิ่งขึ้น

AIS ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านระบบโครงข่ายหลัก (Backbone Network) สำหรับภาครัฐและองค์กรธุรกิจ โดยอัปเกรดแบบไร้รอยต่อ มั่นใจให้บริการตลอดกระบวนการได้ไหลลื่นไม่มีสะดุด  การอัพเกรดระบบที่ไร้รอยต่อช่วยให้ AIS สามารถรองรับการให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของวงจรเช่าส่วนบุคคล (Enterprise Private Lines), การเชื่อมต่อระบบคลาวด์ (Cloud Interconnection) และการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล (Data Center Connectivity) พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด


แซดทีอี คอร์ปอเรชัน (ZTE Corporation) ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบบูรณาการชั้นนำระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการย้ายระบบบริการครั้งแรกและการเปิดใช้งานบริการอัตโนมัติ บนโครงข่ายหลัก (Backbone Network)สำหรับภาครัฐและองค์กรยุคใหม่ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS โดยความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านเครือข่าย IP สำหรับภาครัฐและองค์กร ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและบริการของ AIS อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขององค์กรและการผสานรวมโครงข่ายคลาวด์ (Cloud-Network Convergence) ในประเทศไทย

ความต้องการของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป ผลักดันให้ AIS ลุยอัปเกรดเครือข่ายภาครัฐและองค์กรอย่างเป็นระบบ

เมื่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรต่าง ๆ จึงมีความต้องการใช้งานคลาวด์ การทำเครือข่ายข้ามภูมิภาค และการเชื่อมต่อระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องใช้เครือข่ายที่มีความจุสูงขึ้น มีประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลที่ดีขึ้น มีความเสถียรและระบบการจัดสรรที่ยืดหยุ่น ดังนั้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการฝั่งภาครัฐและองค์กร AIS จึงได้จับมือกับ ZTE เพื่ออัปเกรดและเปลี่ยนผ่านระบบโครงข่ายหลัก (Backbone Network) ในครั้งนี้

ความร่วมมือแบบฟูลสแต็ก สู่การสร้างเครือข่ายอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูง

เพื่อตอบโจทย์การอัปเกรดธุรกิจ AIS ได้เลือกใช้โซลูชัน HI‑IPNet ของ ZTE ซึ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างครอบคลุมตั้งแต่แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ สถาปัตยกรรมเครือข่าย ไปจนถึงการดำเนินงานอัจฉริยะ สิ่งนี้ช่วยให้ AIS สามารถสร้างระบบเครือข่าย IP สำหรับภาครัฐและองค์กรที่ทันสมัย ซึ่งมีความจุสูงมาก มีความยืดหยุ่นสูง การดูแลระบบ (O&M) ที่ง่ายขึ้น และรองรับการขยายตัวในระยะยาว เพื่อปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจในทุกมิติ

  • ความจุสูงเป็นพิเศษพร้อมการขยายระบบที่ราบรื่น ช่วยปกป้องการลงทุนในระยะยาว AIS ได้ติดตั้งเราเตอร์ซีรีส์ ZXR10 M6000-SE ในส่วนของ Core, Edge และ Interconnection Nodes โดยแต่ละสล็อต (Slot) รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูล (Forwarding Capacities) สูงถึง 3.6 Tbps, 7.2 Tbps หรือ 14.4 Tbps ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการด้านทราฟฟิกในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังรองรับการเติบโตในอนาคต ทำให้ไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซ้ำซ้อน
  • การจัดสรรที่แม่นยำและการขนส่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสูง สร้างความภักดีต่อแบรนด์ เครือข่ายนี้ได้รวมเทคโนโลยี Segment Routing เข้ากับ MPLS Data Plane (SR-MPLS), Flexible Algorithm (Flex-Algo) และ Ethernet Virtual Private Network (EVPN) ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ AIS สามารถส่งมอบบริการที่ปลอดภัยและไม่หยุดชะงักสำหรับลูกค้าที่มีมูลค่าสูงในกลุ่มการเงิน คลาวด์ และการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความภักดีของลูกค้า
  • ระบบดูแลเครือข่ายอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยเร่งให้เปิดบริการได้เร็วขึ้น ด้วยการใช้แพลตฟอร์มการจัดการ ZENIC ONE R22 ทำให้ AIS สามารถจัดการระบบจากส่วนกลาง (Centralized Orchestration) เปิดใช้งานได้ในคลิกเดียว และมองเห็นภาพรวมทั่วทั้งเครือข่าย (Full Lifecycle Visualization) ของบริการภาครัฐและองค์กร จากเดิมที่ต้องกำหนดค่าด้วยตนเองแบบซับซ้อน ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดเวลาในการส่งมอบบริการสายวงจรเช่าส่วนบุคคลสำหรับองค์กร การเชื่อมต่อคลาวด์ และบริการอื่น ๆ ได้อย่างมาก ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความซับซ้อนในด้าน O&M และต้นทุนโดยรวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ AIS ตอบสนองต่อตลาดได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น และเปลี่ยนความสามารถของเครือข่ายให้เป็นรายได้ทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การย้ายระบบบริการที่ไร้รอยต่อ ยกระดับขีดความสามารถสู่ขั้นสุด ในระหว่างการดำเนินโครงการนี้ ทีมเทคนิคของ AIS และ ZTE ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยควบคุมความเสี่ยงในการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงข่ายจะทำงานได้อย่างราบรื่นในขณะที่ดำเนินการติดตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของโซลูชันให้เข้ากับสถานการณ์จริง และศักยภาพในการส่งมอบงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย และด้วยระบบเครือข่ายที่ได้รับการอัปเกรดใหม่นี้ บริการหลักของ AIS สำหรับภาครัฐและองค์กร เช่น สายวงจรเช่าส่วนบุคคลสำหรับองค์กร การเชื่อมต่อคลาวด์ และการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ จะได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการยกระดับความสามารถในการบริการโดยรวมไปอีกขั้น สิ่งนี้ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ AIS ในตลาดโทรคมนาคมสำหรับภาครัฐและองค์กรในประเทศไทย และถือเป็นก้าวใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองบริษัทในด้านโครงข่าย IP Core

ในอนาคตข้างหน้า AIS และ ZTE จะยังคงเดินหน้ากระชับความร่วมมือในด้านการผสานรวมโครงข่ายคลาวด์, เครือข่ายพรีเมียม IP และนวัตกรรม 5G สำหรับองค์กร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

 

เกี่ยวกับ ZTE

ZTE เชื่อมต่อโลกด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่ดีกว่า บริษัทนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและโซลูชันแบบครบวงจร โดยมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทั้งเครือข่ายการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล โซลูชันดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรม รวมถึงสมาร์ทเทอร์มินอลสำหรับส่วนบุคคลและในบ้าน ZTE ให้บริการแก่ประชากรถึง 1 ใน 3 ของโลก โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการเชื่อมต่อและการคำนวณอัจฉริยะ เพื่อให้เกิดการสื่อสารและความไว้วางใจในทุกหนแห่ง ทั้งนี้ ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งฮ่องกงและเซินเจิ้น www.zte.com.cn/global

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top