542.jpg
ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรม เน้นถือครองอสังหาฯไทยระยะยาว

ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรม เน้นถือครองอสังหาฯไทยระยะยาว

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

น.ส.ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซื้อต่างชาติในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อสังหาริมทรัพย์ในไทยยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน (Turning Point) สำคัญ จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่น่าจับตา ทั้งแรงจูงใจในการซื้อ  สัญชาติของผู้ซื้อ และบทบาทแต่ละทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน

ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติจะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) เหมือนที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันหันมาเป็นการถือครองสินทรัพย์ระยะยาว (Long-term Asset Holders) มากขึ้น โดยมองไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักสำหรับบ้านหลังที่สอง (Second Home) และเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตระยะยาวหรือการวางแผนพำนักในอนาคตหลังเกษียณ


สำหรับกลุ่มผู้ซื้อหลักอย่างจีน ปัจจุบันอยู่ในช่วงการปรับสมดุลและพิจารณาเลือกซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดฮ่องกงมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตามไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากจุดแข็งด้านค่าครองชีพที่บริหารจัดการง่าย ระบบสาธารณสุขที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

นอกจากนี้ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างน่าจับตา ได้แก่ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อยูนิตสูง เพื่ออยู่อาศัยจริงในลักษณะครอบครัว ขณะเดียวกันกลุ่มตลาดกำลังซื้อสูงที่กลับมามีบทบาทชัดเจนขึ้น ได้แก่ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งมองไทยทั้งในฐานะพื้นที่ลงทุนและ Second Home โดยมีนโยบายสนับสนุนการพำนักระยะยาวของภาครัฐ อาทิ LTR Visa เป็นปัจจัยช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว 

ทั้งนี้โจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ใช่เพียงทำเล แต่ต้องตอบโจทย์การออกแบบชีวิต โดย กรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับกลุ่มคนทำงานและนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ส่วนภูเก็ต คือจุดหมายของ Luxury Lifestyle และ Second Home Destination ของภูมิภาค ด้วยโครงการวิลล่าและเรสซิเดนซ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว และ Digital Nomad

ในขณะที่พัทยา ตอบโจทย์บ้านพักตากอากาศและการอยู่อาศัยวัยเกษียณ เนื่องจากใช้เวลาไม่นานในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และอานิสงส์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC ส่วนหัวหิน รองรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความสงบ และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น นอกจากนี้เมืองทางเลือกอื่นๆ ยังเติบโตขึ้นตามไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม เช่น เชียงใหม่ ดึงดูดกลุ่มที่ใส่ใจเรื่อง Wellness, และสมุย สำหรับกลุ่ม Second Home ระดับหรูที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

 นอกจากนี้อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญ คือ ตลาดเช่าและตลาดซื้อที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ที่มักเริ่มต้นจากการเช่าก่อนตัดสินใจซื้อเมื่อมีแผนพำนักระยะยาว ส่วนนักลงทุนยังพิจารณาทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าและโอกาสเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์

อย่างไรก็ตามไทยควรเร่งพัฒนาเพื่อรักษาความได้เปรียบ ได้แก่ ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายด้านการอำนวยความสะดวกในการพำนักระยะยาว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อเมืองใหม่ การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งคุณภาพโครงการและการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top