วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยผลดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ว่า มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 44,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมากว่า 3 ปี โดยการค้ำประกันดังกล่าวก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 50,167 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้รับสินเชื่อ 50,029 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 342,720 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 219,730 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนประเทศ
โดยประเภทธุรกิจค้ำประกันสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1.ภาคบริการ 35.5% 2.อาหารและเครื่องดื่ม 9.4% และ 3.การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 8.8% ซึ่งทั้ง 3 ประเภท ครองสัดส่วนค้ำประกันถึง 54% สะท้อนถึงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้มาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ ครอบคลุมทั้งรถใหม่ และมือสอง ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลารับคำขอค้ำประกันภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 โดยในช่วงครึ่งปีแรกมียอดค้ำประกัน 1,105 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว จากสภาพตลาดรถกระบะเชิงพาณิชย์ที่ยังชะลอตัว ทั้งนี้เป็นผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งทำให้สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ
สำหรับโครงการรัฐ ซึ่งขับเคลื่อนผ่านมาตรการ “ค้ำประกันสินเชื่อ Quick Big Win” วงเงิน 50,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับที่ดีจาก SMEs ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อเดือนธันวาคม 2568-30 มิถุนายน 2569 มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 44,800 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 52,116 ราย
โดยความสำเร็จของโครงการมาจากการฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก อัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 1% และการนำเครื่องมือ Risk-based Pricing (RBP) มาใช้พิจารณาค้ำประกันสินเชื่อ และการเพิ่มอัตราชดเชยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สูงขึ้น (Max Claim) ทำให้สถาบันการเงินเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บสย.ได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส (Credit Plus) วงเงิน 20,000 ล้านบาท มุ่งเติมทุน สร้างโอกาส ปลดล็อก SMEs ไทย โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินทุกแห่ง ภายใต้ 4 จุดเด่นคือ ค้ำประกันต่อราย เริ่มต้น 10,000 บาท สูงสุด 100 ล้านบาท ,ตอบโจทย์ SMEs ทุกกลุ่ม, ค่าธรรมเนียมต่ำ เริ่มต้นเพียง 1.25% ต่อปี และค้ำประกันสูงสุด 10 ปี โดยนำระบบ TCG Score หรือ Credit Scoring มาใช้ประเมินความเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาค้ำประกันและขยายโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น
“เชื่อว่าจะสามารถช่วย SMEs ได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มรายย่อย (Micro SMEs) จนถึงรายใหญ่ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ และจากวงเงินค้ำประกัน 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 26,900 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 9,075 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 194,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันได้มากกว่า 98,600 ล้านบาท”นายสิทธิกร กล่าว
อย่างไรก็ตามตลอดปี 2569 บสย. ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม แก้หนี้ ปลดหนี้อย่างยั่งยืน ตอบโจทย์นโยบายภาครัฐ ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ซึ่งช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 สามารถช่วยลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ปรับโครงสร้างหนี้รวม 3,037 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 1,578 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นลูกหนี้ “ปลดหนี้” ปิดบัญชี 716 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 180 ล้านบาท หากนับรวมตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2563-30 มิถุนายน 2569 สามารถช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ปรับโครงสร้างหนี้รวม 27,361 ราย คิดเป็นมูลหนี้สะสม 17,711 ล้านบาท
สำหรับครึ่งปีหลัง 2569 บสย. เตรียมจัดกิจกรรมเชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” ปี 2 เพื่อนำความช่วยเหลือไปถึง SMEs ลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลมในพื้นที่ต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความช่วยเหลือพิเศษ สำหรับลูกหนี้ที่ต้องการปลดหนี้ ปิดบัญชี ลดต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” หนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท และลดต้นสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ SMEs หนี้คงเหลือมากกว่า 2 แสนบาท
ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บสย. ยังเตรียมขยายการค้ำประกันไปยังกลุ่มนาโนไฟแนนซ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ เบื้องต้นคาดว่าจะกำหนดวงเงินค้ำประกัน รายละประมาณ 20,000 บาท โดยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การชดเชยความเสียหาย(Claim) และอัตราค่าธรรมเนียม ก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา และ บสย.ยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้ให้บริการ Virtual Bank เพื่อร่วมพัฒนาระบบค้ำประกันสินเชื่อ รองรับผู้ให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี