วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล) ให้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP-JC) ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2569 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยการประชุมครั้งนี้ อาเซียนและญี่ปุ่นได้หารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมการทบทวนความตกลง AJCEP ในอนาคต
นางอุมาพร กล่าวว่า ความตกลง AJCEP ฉบับปัจจุบัน มีการใช้บังคับมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่ประชุมจึงได้หารือแนวทางเตรียมการทบทวนความตกลง AJCEP โดยอาเซียนและญี่ปุ่นเห็นถึงความสำคัญของการทบทวนความตกลงฯ ในการขยายขอบเขตความร่วมมือไปยังสาขาใหม่ๆ เพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการค้าของโลกในยุคปัจจุบัน ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค และสอดรับกับบริบทภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ สมาชิกจะร่วมกันหารือเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวในโอกาสต่อไป
นางอุมาพร เสริมว่า ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการภายใต้ความตกลง AJCEP ในด้านมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง การค้าบริการและการลงทุน กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า โดยที่ประชุมได้รับรองการบังคับใช้กฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า (PSRs) ในพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ HS 2022 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้พร้อมกันทั้งอาเซียนและญี่ปุ่น ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2570 สำหรับด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยได้ใช้โอกาสนี้ขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นในสาขาต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้หน่วยงานของไทยจัดทำข้อเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนให้รองรับสภาพแวดล้อมทางการค้ารูปแบบใหม่
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของอาเซียน และเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย โดยในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 53,204.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 2.3 จากปีก่อนหน้า สำหรับในช่วงเดือน 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค. 2569) การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 23,879.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9.91 โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น มูลค่า 10,800.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.95 และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น มูลค่า 13,079.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.07 โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น มูลค่า 2,278.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากญี่ปุ่น อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์
นอกจากนี้ สถิติการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลง AJCEP ของไทยในช่วง 5 ปี (ปี 2564-2568) ไทยขอใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกไปญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 372.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 4.45 ของมูลค่าส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ฯ ขณะที่ในช่วง 5 ปี ไทยนำเข้าสินค้าที่ได้ใช้สิทธิประโยชน์จากญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 468.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 3.22 ของมูลค่านำเข้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ฯ
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี