วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 8/2569 ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและต้นทุนการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งพบว่ายังคงมีผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ที่ประชุม กบง. ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เคยให้ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น โดยกำหนดสมมติฐานปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย (เบนซินและดีเซลหมุนเร็ว) ณ เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 91.03 ล้านลิตร/วัน สามารถประมาณการมูลค่าของผลประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2569 ตามหลักการของ คตร. ได้ประมาณ 3,892 ล้านบาท นำมาช่วยเป็นส่วนลดของราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น สำหรับดีเซลหมุนเร็ว
โดยที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 ลง 2.40 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2569 พร้อมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่องการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
“การกำหนดส่วนลดอยู่บนหลักการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันมาใช้บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดภาระของกองทุนน้ำมัน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ตลาดและไม่กระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้การส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างเป็นธรรม และยังคงรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ” นายเอกนัฏ กล่าว
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 142.62 ล้านลิตร/วัน ลดลง 11.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และลดลง 18.2% จากเดือนมีนาคม 2569 โดยน้ำมันส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ทั้งกลุ่มเบนซิน กลุ่มดีเซล น้ำมันอากาศยาน LPG และ NGV ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพของภาครัฐ
โดยในเดือนเมษายน 2569 น้ำมันกลุ่มเบนซิน มีปริมาณการใช้ 29.23 ล้านลิตร/วัน ลดลง 9.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน น้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็ว มีปริมาณการใช้ 57.00 ล้านลิตร/วัน ลดลง 17.2% น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีปริมาณการใช้ 17.04 ล้านลิตร/วัน ลดลง 2.5% น้ำมันเตา มีปริมาณการใช้ 5.18 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 3.6% ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มีปริมาณการใช้ 17.76 ล้านกก./วัน ลดลง 4.4% ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ มีปริมาณการใช้ 2.03 ล้านกก./วัน ลดลง 23.0%
ส่วนปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 834,782 บาร์เรล/วัน ลดลง 26.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยน้ำมันดิบมีการนำเข้าลดลง 24.9% น้ำมันสำเร็จรูปมีการนำเข้าลดลง 27.5% ทั้งนี้มูลค่าการนำเข้ารวมเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อน 17% จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มฃึ้น ขณะที่ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 94,190 บาร์เรล/วัน ลดลง 41.1%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี