วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ตรึงค่าไฟ3.95บาท ดึง1.61หมื่นล้านอุ้มบิลก.ย.-ธ.ค.
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า ที่ประชุม กกพ.เห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 โดยกำหนดค่าเอฟทีเรียกเก็บที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ค่าเอฟทีดังกล่าวสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 จำนวน 41.27 สตางค์ต่อหน่วย ภายหลังการปรับประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังรับภาระต้นทุนคงค้าง (AF) สะสม 31,268 ล้านบาท ไว้แทนประชาชน ควบคู่กับ กกพ.นำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) 16,127.17 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.04 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า ทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บลดลงเหลือ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย
“กกพ.ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงกับการดูแลภาระค่าครองชีพของประชาชน การนำเงิน Claw back มาใช้ครั้งนี้ ช่วยลดแรงกระแทกจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และทำให้รักษาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วยได้ต่อเนื่องอีก 1 งวด ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและเสถียรภาพการเงินของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในระยะยาว” ดร.พูลพัฒน์ กล่าว
สำหรับผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ.ระหว่างวันที่ 13-20 กรกฎาคม 2569 มีผู้สนใจเข้าชมรายละเอียด 445 ครั้ง จากผู้เข้าชม 168 ราย มีผู้แสดงความคิดเห็น 7 ความเห็น ส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลต่อภาระค่าครองชีพและเสนอให้รักษาอัตราค่าไฟฟ้าระดับเดิม ซึ่ง กกพ.ได้นำความคิดเห็นทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลต้นทุนเชื้อเพลิง ภาระต้นทุนคงค้าง และผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีประชาชนมีความสับสนเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟฟ้า และมาตรการช่วยเหลือค่าไฟของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยขอชี้แจงว่าการปรับอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทุกครัวเรือนได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียน และไม่ต้องผ่านแอปพลิเคชันใดๆ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือค่าไฟสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังต้องลงทะเบียนกับการไฟฟ้าเพื่อรับสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะเริ่มใช้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่เดือนสิงหาคม 2569 และจะเรียกเก็บในใบแจ้งค่าไฟรอบเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป
สำหรับการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าครั้งนี้ บ้านอยู่อาศัยทุกหลังจะได้รับสิทธิ คิดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ไม่ต้องลงทะเบียน ส่วนการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป จะคิดตามอัตราเดิม นอกจากนี้ยังปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทมิเตอร์ชั่วคราว ให้เทียบเท่าอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอีกด้วย นอกจากการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังได้รับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ตามมาตรการเดิม แต่ผู้มีสิทธิต้อง ลงทะเบียนกับการไฟฟ้า เพื่อรับสิทธิ โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569
ขณะที่ตามมติ กพช. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กฟภ. และ กฟน. จะแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน คิดเป็นประมาณ 0.09 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าที่ลดลงโดยอัตโนมัติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี