ส.อ.ท. ผนึก สมาคมอุตฯอากาศยานไทย ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้หารือกับนายตติย มีเมศกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมอากาศยานไทย พร้อมคณะฯ โดยทางสมาคมฯ ได้นำเสนออุตสาหกรรมการบินและอวกาศทั่วโลกถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีการเติบโตพร้อมกันใน 6 สาขาหลัก ทั้งการผลิตเครื่องบินพาณิชย์ การผลิตอากาศยานเพื่อการป้องกันประเทศ บริการซ่อมบำรุง (MRO) โดรน (Drone & UAV) อากาศยานไฟฟ้า eVTOL และเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy)
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกลับครองส่วนแบ่งในตลาดโลกนี้เพียงส่วนน้อย และยังไม่ได้เข้าไปแข่งขันในระดับที่มีนัยสำคัญเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลาง จึงได้เสนอยุทธศาสตร์ส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของไทย ที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ด้วยการให้สิทธิประโยชน์และการผลักดันสู่ตลาดโลก การกำหนดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การสนับสนุนแหล่งเงินทุนด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loans) ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงเพื่อรองรับมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนด้วยการมุ่งผลักดันให้อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ผ่าน Aerospace Valley ในการมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ นวัตกรรม และนำงานวิจัยมาประยุกต์ใช้จริง ผ่านการสร้างพื้นที่ทดลองนวัตกรรม (Sandbox) ครอบคลุมทั้งการบริการทางการบิน การผลิต การซ่อมบำรุง (MRO) เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) รวมถึงเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ (Low Altitude Economy) เพื่อยกระดับพื้นที่สู่เขตเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรม และผลักดันศักยภาพของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก
นายอิศเรศ กล่าวว่า ส.อ.ท. พร้อมผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และสมาคมอุตสาหกรรมอากาศยานไทย ในการจัดทำข้อเสนอแนะ 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การบริการทางการบิน การผลิต และการซ่อมบำรุง (MRO) 2.อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และ 3.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)
-032
“การร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลศักยภาพการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน ข้อจำกัดทางกฎหมายและมาตรฐาน ตลอดจนโอกาสทางการตลาด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายส่งเสริมร่วมกับภาครัฐต่อไป”นายอิศเรศกล่าว