วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ไตรมาส 2/2569 ว่า สถาบันยุทธศาสตร์การค้า (ITS) และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจผู้ประกอบธุรกิจ SMEs จำนวน 641 ตัวอย่าง ครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วย ธุรกิจการผลิต 36.4% ธุรกิจการค้า 16.9% และธุรกิจบริการ 46.7% ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-22 กรกฎาคม 2569 พบว่า ภาพรวมผู้ประกอบการ SMEs ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ โดยดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs อยู่ที่ 45.1 จุด ลดลง 0.8 จุด จากไตรมาส 1/2569 และยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จุด สะท้อนว่าภาคธุรกิจ SMEs โดยรวมยังไม่มีสัญญาณการขยายตัวอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ผลสำรวจสถานการณ์ธุรกิจ SMEs ไตรมาส 2/2569 พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจระบุส่วนใหญ่ ระบุว่า สถานการณ์รายได้/ยอดขาย, คำสั่งซื้อ, ต้นทุนและค่าใช้จ่าย, กำไรสุทธิ, การจ้างงาน และหนี้สิน ในไตรมาสนี้ เท่าเดิมหรือยังทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในส่วนของสภาพคล่องนั้น ผู้ประกอบธุรกิจมองว่า ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 ทำให้ในภาพรวมดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 43.9 ลดลง 1.5 จุด
ส่วนผลสำรวจความสามารถในการทำธุรกิจของ SMEs ในไตรมาส 2/2569 พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ มองเรื่องคุณภาพสินค้าและบริการ ยังคงเท่าเดิมเมื่อเทียบกับปี 2568 เช่นเดียวกับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม, การสร้างแบรนด์และการรับรู้, การเข้าถึงแหล่งทุน และความสามารถของพนักงาน ในขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ และความสามารถในการสร้างความแตกต่าง ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้ภาพรวมดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 46.5 ลดลง 0.7 จุด
ขณะที่ผลสำรวจความยั่งยืนของธุรกิจ SMEs ในไตรมาส 2/2569 พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มองว่า ความหลากหลายของแหล่งรายได้ ยังคงเท่าเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่นเดียวกับการปรับธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การปรับตัวของธุรกิจในช่วงวิกฤต, การกำกับดูแลกิจการที่ดี (ธรรมาภิบาล) และอัตราการลาออกของพนักงาน ในขณะที่ความสามารถในการทำกำไรลดลง ทำให้ภาพรวมดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 44.9 ลดลง 0.3 จุด
นายวชิร คูณทวีเทพ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจดัชนีทั้ง 3 ตัว ซึ่งปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้ในภาพรวมดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ของไทยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ระดับ 45.1 ลดลง 0.8 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ซึ่งอยู่ที่ 45.9 ดัชนีทุกตัวยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ที่เป็นระดับปกติ สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ยังมีทิศทางที่ชะลอตัว โดยยังไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่
“ทิศทางยังชะลอตัวในเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมาจากดัชนีสถานการณ์ทางธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่ายังเป็นปัญหาต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2569 พร้อมกันนี้ได้คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของกลุ่ม MSME (Micro, Small, and Medium Enterprises) ในปี 2569 ไว้ที่ 2.2-2.7%”นายวชิร กล่าว
สำหรับแนวโน้มดัชนีสถานการณ์ธุรกิจใน 6 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 45.7 สูงกว่าดัชนีในปัจจุบันที่ 42.0 เช่นเดียวกับดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจที่ปรับขึ้นจาก 45.5 ในปัจจุบัน เป็น 47.5 ในอนาคต และดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจขยับขึ้นจาก 43.9 เป็น 46.0 อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ SMEs จะยังอยู่ในลักษณะทรงตัวถึงอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยปัจจัยที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัว ได้แก่ คุณภาพสินค้าและบริการ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงการสร้างความแตกต่างของสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SMEs มีข้อเสนอแนะและสิ่งที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ 1.การลดต้นทุน โดยเฉพาะการลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าขนส่ง และก๊าซหุงต้ม ซึ่งเป็นภาระหลักของธุรกิจ SMEs ,2.สนับสนุนด้านเงินทุนและสภาพคล่อง โดยขอให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และขยายวงเงิน รวมถึงระยะเวลาผ่อนชำระ และการแก้ปัญหาหนี้สินเดิม, 3.การส่งเสริมการตลาด โดยขอให้ช่วยหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายช่องทาง E-Commerce และจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ แบบ B2B และ 4.การพัฒนาทักษะแรงงาน โดยขอให้ช่วยส่งเสริมการ Upskill/Reskill มุ่งเน้นทักษะดิจิทัล(AI, Data Analytic) รวมถึงการเปิดอบรมหลักสูตรการใช้เครื่องมือดิจิทัล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี