วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานกลุ่มบริษัทบางจากไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้ 183,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน มี EBITDA 25,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน และมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 12,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.34 บาท
โดยมีปัจจัยสำคัญจากการกลับรายการผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ในไตรมาสก่อน ส่งผลให้ผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า (Oil Hedging) ลดลงเหลือ 879 ล้านบาท และรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 4,415 ล้านบาท ในขณะเดียวกันการเริ่มผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์ โดยเดินเครื่องเฉลี่ย 6.8 KBD และมียอดจำหน่าย 39 ล้านลิตร ประกอบกับส่วนต่างราคา SAF-UCO (น้ำมันพืชใช้แล้ว) ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ SAF เริ่มสร้าง EBITDA และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในไตรมาสนี้และในระยะยาว อย่างไรก็ตามความผันผวนของราคาพลังงาน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อกำไรในช่วงที่เหลือของปี
ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ มี EBITDA เพิ่มขึ้น โดยธุรกิจโรงกลั่นได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ค่าการกลั่นพื้นฐานและกำลังการผลิตเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจการตลาดมีค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยปริมาณจำหน่ายที่ลดลง ส่วนธุรกิจพลังงานชีวภาพได้รับปัจจัยสนับสนุนจากยอดจำหน่ายไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น และการเริ่มผลิตและจำหน่าย SAF ด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานมีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าที่ลดลงตามฤดูกาล รวมถึงการรับรู้ของการขยายตัวของ Data Center ในสหรัฐฯที่ทำให้โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯได้รับประโยชน์เต็มที่ ขณะที่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติได้รับประโยชน์จากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์พลังงานโลกยังคงมีความไม่แน่นอน บริษัทยังคงบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการสร้างการเติบโตในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต โดยหน่วยผลิต SAF ได้เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์และส่งมอบผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2569 เดินเครื่องเฉลี่ย 6.8 KBD มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ SAF รวม 39 ล้านลิตร และได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาระหว่าง SAF-UCO ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้บริษัทเริ่มรับรู้ EBITDA จากธุรกิจ SAF เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้บริษัทย่อย BangchakHong Kong Holding Limited ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Chevron Hong Kong Limited เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited (BHK) โดยจะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ธุรกรรมดังกล่าวครอบคลุมสถานีบริการน้ำมัน 31 แห่ง พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในฮ่องกง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและขยายธุรกิจในต่างประเทศ
น.ส.ภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) กล่าวว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ มีรายได้ 144,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน และ 45% จากปีก่อน มี EBITDA 17,186 ล้านบาท โดยธุรกิจโรงกลั่น มีรายได้ 152,272 ล้านบาท EBITDA 14,029 ล้านบาท
ธุรกิจการตลาด มีรายได้ 123,847 ล้านบาท EBITDA 2,831 ล้านบาท ,ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มีรายได้ 6,388 ล้านบาท EBITDA 794 ล้านบาท ,กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มีรายได้ 129,205 ล้านบาท EBITDA 784 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มีรายได้ 10,172 ล้านบาท EBITDA 7,062 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน มีรายได้ 807 ล้านบาท EBITDA 1,065 ล้านบาท
สำหรับช่วงครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้ 326,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA 43,763 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 13,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อรวม Inventory Gain (รวม NRV) และรายการพิเศษอื่น มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 18,383 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 12.51 บาท
โดยฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีเงินสดและรายการเทียบเท่า เงินสด 27,611 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 374,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75,950 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ วันที่่ 31 ธันวาคม 2568 มีหนี้สินรวม 272,149 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 57,485 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้นรวม102,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,465 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่ 83,353 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.05 เท่า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี