วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อเอ่ยถึง "เกาะเต่า" จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลายคนคงนึกถึงเกาะเล็ก ๆ กลางอ่าวไทยที่ได้รับการ ยกย่องให้เป็นหนึ่งในสวรรค์ของนักดำน้ำจากทั่วโลก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการัง น้ำทะเลสีคราม และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล จนกลายเป็นจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ใฝ่ฝันจะมาเยือนสักครั้ง
.jpg)
แต่วันนี้ เกาะเต่ามีเรื่องราวบทใหม่ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อ "ลานประติมากรรมใต้ทะเล" หรือ "แกลเลอรีใต้ทะเล" เปิดต้อนรับนักดำน้ำ และนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ศิลปะ และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
จุดหมายแห่งใหม่ ตั้งอยู่บริเวณระหว่างกองหินโนเนมกับกองหินทวิน ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะนางยวน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด "Ocean for Life" โดยออกแบบให้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวใต้น้ำ และปะการังเทียมสำหรับฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล

ภายในลานประติมากรรมประกอบด้วย รูปปั้นสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ จำนวน 9 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝูงฉลามวาฬ ซุ้มเต่า กระเบนนก กระเบนจุดฟ้า โรนัน ครอบครัวเต่า คู่ม้าน้ำ คู่ตนุ และฉลามหูดำ แต่ละชิ้นสะท้อนความงดงามของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย พร้อมออกแบบให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลในอนาคต เมื่อเวลาผ่านไป ประติมากรรมเหล่านี้ จะค่อย ๆ กลมกลืนกับธรรมชาติ กลายเป็นแหล่งอาศัยของปลา ปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลนานาชนิด
.jpg)
หนึ่งในไฮไลต์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ "คู่ม้าน้ำ" ซึ่งจัดวางให้โน้มตัวเข้าหากันเป็นรูปหัวใจ กลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมของนักดำน้ำจากทั่วโลก ขณะที่บริเวณโดยรอบยังมีปะการังเทียมทรงโดมเรียงรายจำนวนมาก เพื่อเพิ่มพื้นที่หลบภัย และขยายแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล รวมทั้งมี "ตัวตุ่น" ซ่อนตัวอยู่เพียงหนึ่งตัวท่ามกลางปะการังเทียมจำนวนมาก เพิ่มความสนุกให้กับผู้ที่ออกสำรวจโลกใต้ทะเล
.jpg)
ลานประติมากรรมใต้น้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ที่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ทำขึ้นร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ มาเป็นที่ปรึกษาโครงการ ร่วมด้วยมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เข้ามาช่วยออกแบบและสร้างสรรค์งานปั้นโดยใช้วัสดุที่ปลอดภัยกับท้องทะเล
นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่แล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญ ในการกระจายนักดำน้ำออกจากแนวปะการังธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยม ลดความแออัดของแหล่งดำน้ำเดิม และช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล อีกทั้งสภาพพื้นที่ยังเหมาะสำหรับการเรียนดำน้ำในทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักดำน้ำที่ต้องการพัฒนาทักษะ
.jpg)
หากมีโอกาสเดินทางมาเยือนเกาะเต่า อย่าลืมปักหมุด "เรือหลวงสัตกูด" อดีตเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกนำมาจัดวางเป็นปะการังเทียม เมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันกลายเป็นบ้านของสัตว์ทะเลนานาชนิด และยังคงเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศไทย
.jpg)
นอกเหนือจากโลกใต้ทะเล เกาะเต่ายังมีเสน่ห์ของหาดทรายขาว น้ำทะเลใส จุดชมวิวที่มองเห็นอ่าวโค้งสวยงาม ร้านกาแฟและร้านอาหารริมทะเลที่มีเอกลักษณ์ รวมถึง บรรยากาศยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หาดทรายรี ซึ่งยังคงเป็นภาพประทับใจของนักเดินทางทุกคนที่มาเยือน
.jpg)
เกาะเต่าในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของคนรักการดำน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวที่เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติได้อย่างสมดุล "แกลเลอรีใต้ทะเล" คือ อีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า งานศิลปะสามารถสร้างคุณค่าให้กับระบบนิเวศ และเปลี่ยนพื้นที่ใต้ท้องทะเลให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต
บางครั้ง...เรื่องราวใหม่ของการเดินทาง ไม่ได้อยู่ที่การไปให้ไกลกว่าเดิม แต่อยู่ที่การค้นพบมุมมองใหม่ของสถานที่ที่เราคิดว่ารู้จักดีแล้ว และวันนี้ "เกาะเต่า" ก็ได้เติมอีกหนึ่งเหตุผลให้หลายคนอยากกลับไปเยือนอีกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี