546.jpg
รฟท.กางไทม์ไลน์ ผุดรถไฟทางคู่ใต้1.2แสนล้าน

รฟท.กางไทม์ไลน์ ผุดรถไฟทางคู่ใต้1.2แสนล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการหลัก ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี , ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ กรอบวงเงินรวม 122,720.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,254.80 ล้านบาท จากกรอบเดิม 104,465.94 ล้านบาท เมื่อปี 2567 เป็นผลจากการทบทวนรายละเอียดโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรองรับปัญหาอุทกภัย หลังเกิดน้ำท่วมภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 รวมถึงการปรับราคาค่าก่อสร้างตามต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

สำหรับรายละเอียดโครงการ 1.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงินเพิ่มจาก 30,422.53 ล้านบาท เป็น 36,892.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี ก่อสร้าง 60 เดือน 2.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา วงเงินเพิ่มจาก 66,270.51 ล้านบาท เป็น 77,456.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,186.46 ล้านบาท แบ่งดำเนินการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ก่อน วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ใช้เวลา 8 ปี ก่อสร้าง 72 เดือน ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่-สงขลา วงเงิน 15,922.42 ล้านบาท จะดำเนินการระยะต่อไป เพราะพื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น และมีระบบขนส่งรูปแบบอื่นรองรับอยู่แล้ว 3.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงินเพิ่มจาก 7,772.90 ล้านบาท เป็น 8,371.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท ใช้เวลา 6 ปี ก่อสร้าง 48 เดือน


“รฟท.ตั้งเป้าว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้เดือนกรกฎาคม 2570 ซึ่งช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี จะเสร็จปี 2575 , ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ เสร็จปี 2576 และ 3.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เสร็จปี 2574” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า จุดสำคัญของการปรับแบบอยู่ที่พื้นที่หาดใหญ่ ซึ่ง รฟท.จะปรับโครงสร้างทางรถไฟจากระดับดินเป็นสะพานบกระยะทาง 3 กิโลเมตร (กม.) และคันดิน 2 กม. เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยจะเร่งสรุปเสนอให้กระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เร็วที่สุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 และเปิดประมูลต้นปี 2570

ทั้งนี้ โครงการทั้ง 3 เส้นทางผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว โดยในขั้นตอนเสนอ ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับรายละเอียดและกรอบวงเงินได้ ซึ่ง รฟท.จะชี้แจงความจำเป็นต่อไป หาก ครม.เห็นชอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งงานก่อสร้างโยธาเป็น 4 สัญญา ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 1 สัญญา ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ 2 สัญญา และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 1 สัญญา

สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานีได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เมื่อปี 2566 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ เมื่อปี 2566 และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เมื่อปี 2561 ปัจจุบันมีอายุเกิน 5 ปีแล้ว รฟท.ได้เสนอทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) แล้ว ขณะที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เตรียมใช้ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เป็นโครงการนำร่อง เพื่อกำหนดแนวทางกรณี EIA มีอายุเกิน 5 ปี โดยตลอดแนวเส้นทาง 3 โครงการ คาดว่าจะมีชุมชนได้รับผลกระทบและต้องรื้อย้าย 300 ชุมชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top